TITLE >>...” ไออิชิเตรุ ”  คำนี้ที่นายสอน  ^^ …
PAIRING >> YUNHO X JAEJOONG
RATING >>  อะไรดีอ่ะ...ฮ่าๆๆๆ
AUTHOR >> ZEZANEEN
AUTHOR NOTE >> เรื่องราวที่แต่งขึ้นเป็นเพียงเรื่องที่ถูกสมมติขึ้นมา  เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏเกิดจากคนแต่ง แอบหลับแล้วฝันเอาบนรถเมย์...เอิ๊กกกก...

 

 

PS.  มีความสุขและสนุกกับการอ่านนะคะ....อยากให้คนอ่านอ่านแล้วยิ้มหวาน ๆ เนาะ ^^ 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  ” ไออิชิเตรุ ”  คำนี้ที่นายสอน    ^^  - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

อ๊ากกกกก !!!!


อากาศร้อนทำให้คนเป็นบ้า  ตอนนี้ คิม แจจุง ก็เป็นคนหนึ่งในนั้นที่กำลังจะเป็นบ้าตาย  แต่ไม่ใช่เพราะอากาศร้อน  ที่แจจุงจะเป็นบ้าก็เพราะว่า....


“ แม่ไปสมัครเป็นโฮสมา  แล้วอาทิตย์หน้าจะมีเด็กแลกเปลี่ยนมาอยู่ที่บ้านเรานะคะลูก ”


อ๊ากกกกกกก !!!

นี่แหละ  สาเหตุของอาการบ้าที่แจจุงกำลังจะเป็น

ให้ตาย  คนสวยแจจุงขอไว้อาลัยให้กับสายฝนและต้นหญ้าหน้าบ้าน  ตัวเองคนเดียวก็ยังจะเอาไม่รอด  แล้วนี่เขาต้องมาเทคแคร์ดูแลไอ้เด็กนอกนี่อีกอะนะ 

ไม่ไหวมั้ง  = =

เวลาส่วนใหญ่ของแจจุงหมดไปกับการไปโรงเรียน  และเวลาในโรงเรียนส่วนใหญ่ของแจจุงก็หมดไปกับการวางแผนเผด็จศึกผู้ชาย !!

ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไรหรอกนะ  สวยก็เท่านั้น  น่ารักก็เท่านี้  แต่ทำม๊ายทำไม  แจจุงถึงหาแฟนเป็นตัวเป็นตนกับใครเขาไม่ได้สักที

หรือว่าเราจะดีเกินไป !!

เห็นไหม  ว่าวันวันหนึ่งของแจจุงเต็มไปด้วยสาระ  แล้วถ้าไอ้เด็กนอกนั่นมาอยู่ที่บ้าน  เวลาส่วนหนึ่งของแจจุงก็ต้องเสียไปกับการแทคแคร์มัน 

แล้วอย่างนี้แจจุงจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดแผนเผด็จศึกปู้จายยยยย !!~

อั้ยๆๆๆ  แม่นะแม่  ทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน  อ๊ากก  คิมแจอยากจะบ้า...ฮึ่ยย!!

นั่งโวยวายกับตัวเองในใจแล้วก็ยังไม่หายเครียด  บ่นฝนบ้างฟ้าบ้างอะไรบ้าง  หนักขนาดบ่นไปถึงโคลนดิน หินลูกรัง ยางมะตอยและหอยจุ๊ฟที่แจจุงไปเจอมาเมื่อตอนไปทัศนะศึกษาที่บ้านนอกแล้วมันก็ยังไม่หายเก็กซิม  คนตัวเล็กจึงตัดสินใจพาตัวเองออกมาจากห้องนอนเพื่อหาของกินแทน  -*-

 

 

 

“ ค่ะ  อ๋อ  ได้อยู่แล้ว  ไม่มีปัญหาค่ะ  ค่ะ  สวัสดีค่ะ ”  เดินลงบันไดมาได้สองสามก้าว  ก็ได้ยินเสียงคุณแม่สุดที่รักคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่  แจจุงนิ่งเพื่อเก็บข้อมูลแต่ก็ไม่ได้อะไรมากนัก  เพราะคุณแม่เล่นพูดแต่คำว่าค่ะ

“ คุยกับใครอะแม่ ”  ในเมื่อเก็บข้อมูลด้วยตัวเองไม่ได้  ก็เจาะถามเป้าหมายเอาเลยแล้วกัน

“ บริษัทที่แม่ไปสมัครเป็นโฮสไง  เขาโทรมาบอกว่าคนที่จะมาอยู่กับเราเขาขอเลื่อนมาเป็นวันมะรืนนี้ ”  คุณแม่บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น  แจจุงแอบเบะปาก

“ มะรืนนี้  จะมาทำไมเร็วนัก ”

“ ก็มะรืนนี้โรงเรียนลูกเปิดเทอมแล้วนี่  เห็นเขาว่าอยากมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียนนะ ” คุณแม่บอกยิ้ม ๆ แต่คุณลูกถึงกับช็อค

“ มาเรียนที่นี่  ไม่ได้มาแค่อาทิตย์สองอาทิตย์แล้วกลับหรอกเหรอแม่ ”  แจจุงโวยวายเสียงดัง  ไม่น้าาาา  ถ้าจะมาเรียนก็หมายความว่าอยู่ยาวอะดิ่  หรือไม่อย่างน้อยก็เทอมหนึ่ง

อ๊ากกก  ไม่เอาไม่เอาไม่เอา

“ ก็ปีนึงไง  แม่ว่าแม่บอกไปแล้วนะว่าเขามาโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ” 

“ เอาน่า  คิดซะว่าจะได้เพื่อนใหม่ไงลูก  ไปนอนได้แล้วนะ  แล้วก็อย่าลืมจัดห้องใหม่ให้แม่ด้วยนะลูก  แม่ไปก่อนละ  จุ๊ฟจุ๊ฟ ”  จุ๊ฟเสร็จก็เดินเลี่ยงขึ้นห้องนอนไปทันที  เห็นคุณลูกช็อคค้างแบบนั้นแล้วคุณแม่ไม่อยากกวน...ฮะฮะฮะ

หนึ่งปี

สิบสองเดือน

สามร้อยหกสิบห้าวัน

แปดพันเจ็ดร้อยหกสิบชั่วโมง

ห้าแสนสองหมื่นห้าพันหกร้อยนาที

อ๊ากกกกก....ถ้าต้องอยู่กับไอ้เด็กนอกนานขนาดนั้น  คิม แจจุง ขอกลับไปอยู่กับหอยจุ๊ฟที่บ้านนอกเหมือนตอนไปทัศนะศึกษาดีกว่า  ภาษาอังกฤษก็ใช่ว่าจะไฮโซ  โฮๆๆๆๆๆ

คิม แจจุง แย่แล้วววว !!!

 

 

 

 


สนามบินนานาชาติ  อินชอน~

“ แจจุง  ทำหน้าตาให้มันดีดีหน่อยสิลูก  สไมล์อะค่ะสไมล์ทำได้ไหมลูก  แล้วป้ายนะ  ยกสูงอีกนิดสิ  เดี๋ยวเขาก็หาเราไม่เจอหรอก  ทางบริษัทไม่ได้ส่งรูปมาให้ดูก่อนซะด้วย ”  แจจุงเหล่ตามองคนเป็นแม่ที่พูดไม่หยุดพลางถอนหายใจ  แขนบางทำตามคำสั่งโดยการชูป้ายชื่อของคนที่จะมาอยู่ด้วยขึ้นสูงอีกนิด  ปรับใบหน้าหวานให้มีรอยยิ้มแต่งแต้มหน่อย ๆ

ก็นะ  เดี๋ยวจะเขาจะว่าเอาได้ว่าเกาหลีทำไมไม่เมืองยิ้ม  ( ก็ไม่ใช่ไทยแลนด์งิ )

ที่ไม่เข้าใจอีกอย่างก็คือ  ป้ายชื่อที่แม่สั่งให้เขาทำอยู่นานสองนานเนี่ย ทำไมชื่อที่อยู่บนป้ายมันถึงได้เหมือนชื่อคนเกาหลีซะขนาดนั้น

ชอง ยุนโฮ

ไหนบอกว่าเด็กนอก !!

“ สวัสดีครับ ผม ชอง ยุนโฮ คุณคือครอบครัวคิมที่ผมจะมาอยู่ด้วยใช่ไหม ”  เสียงทุ้มที่เอ่ยถามอย่างสุภาพทำเอาแจจุงสะดุ้งออกจากภวังค์

หล่อ !!

เอ้ยย !!  ไม่ใช่  ต้องอุทานว่าอะไรนะ  อ๋อ


ไอ้เด็กนอก !!

“ ใช่ค่ะ  ชอง ยุนโฮ ใช่ไหมลูก ”  คุณแม่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม  แหม  ต้อนรับกันซะดีเชียวนะ  ชอง ยุนโฮ ใช่ไหมลูก  ไอ้เด็กนอกนี่มันไปเป็นลูกแม่ตอนไหนเนี่ย

“ ครับ ”

“ จ้ะ  แม่ชื่อ คิม โยริน นะยุนโฮ  ส่วนนี้ก็ลูกชายแม่เอง  คิม แจจุง ”  เมื่อคนเป็นแม่เอาเขาไปแนะนำตัวแบบนั้น  แจจุงก็ได้แต่ก้มหัวพอเป็นพิธี  ดวงตากลมเหลือบมองคนตัวสูงที่ก้มศีรษะให้เขาเหมือนกันอย่างพิจารณา  ขณะที่แจจุงกำลังเพลินกับการแอบมองหุ่นล่ำ ๆ ของไอ้เด็กนอกอยู่นั้น  เจ้าก็ตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับแจจุงอย่างบังเอิญ  หนุ่มต่างเมืองส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร  แต่เจ้าบ้านกลับแลบลิ้นให้แขกกลับซะงั้น

ชิ   ยิ้มแบบนั้นคิดว่าหล่อหรือไง  แบร่~

หลังจากนั้น  ครอบครัวคิมก็พาหนุ่มต่างเมือง ชอง ยุนโฮ เดินทางกลับบ้าน  คุณโยรินชี้ชวนให้ยุนโฮดูนั่นดูนี่อย่างชอบใจ  อีกฝ่ายก็ดูตื่นเต้นเสียเต็มประดา  เจออะไรแปลกตาเข้าหน่อยก็ถามไม่หยุด

คิม แจจุง ละเซ็ง....เมื่อไรจะถึงบ้านซะทีฟระ !!

 

 


บ้านตระกูลคิม...

“ ตอนแรกแม่ก็ว่าจะพายุนโฮไปทานข้าวข้างนอกนะ  แต่เห็นยุนโฮบอกแม่อยากกินกิมจิ  แม่เลยว่าทำให้กินเองดีกว่า  ไว้มื้อหลังแม่จะพาไปลองทานนอกบ้านนะลูก ”  คุณโยรินเอ่ยบอกเมื่อเปิดประตูพาสมาชิกใหม่ของครอบครัวเข้ามาในบ้านแล้ว

“ ครับ ”  ยุนโฮยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง  เห็นคุณแม่โยรินใจดีแบบนี้  ยุนโฮเองก็หายเกร็งไปเยอะเลยรู้สึกสบาย ๆ แต่คนเป็นลูกเนี่ยสิ  ดูท่าจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไร  เหอะๆ

“ แจจุง  พายุนโฮขึ้นไปดูห้องไป  ยุนโฮอาบน้ำอาบท่าแล้วอีกสักพักค่อยลงมาทานข้าวนะลูก เดี๋ยวแม่ไปเรียก ” เอ่ยสั่งลูกชายเสร็จก็หันไปบอกลูกชายคนใหม่

“ ค๊าบบ/ครับ ”  สองเสียงตอบประสานกัน  คนตัวเล็กหันไปจ้องหน้าคนตัวโตเขม็ง

ตอบพร้อมฉันทำไมฟระ  ไอ้คนชอบลอกเลียนแบบ...ชิ

ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินเชิดขึ้นบันไดนำไปก่อน  ยุนโฮมองคนตรงหน้าขำขำ  มือหนาคว้ากระเป๋าเดินทางของตัวเองพร้อมกับเดิมตามคนตัวเล็กขึ้นข้างบนไปโดยที่ใบหน้ายังคงแต่งแต้มไว้ด้วยรอยยิ้ม

ดื้อ ๆ แบบนี้แหละ   น่ารัก...หึหึ 

 

 

แกร๊ก !!

มือบางบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าสู่ห้องนอนที่ไม่กว้างมากแต่ก็ไม่แคบจนเกินไป  เฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลอ่อนรับกับชุดผ้าปูที่นอนสีครีมขับให้ห้องนี้ดูคลาสสิกยิ่งขึ้น

ยุนโฮสาวเท้าเดินตามคนตัวเล็กเข้ามา  ตาเรียวกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อพิจารณา  แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงหวาน ๆ ติดจะดุดันเล็กน้อยเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ

“ เนี่ยห้องนาย  ข้าง ๆ ก็ห้องฉัน  ตรงข้ามก็ห้องแม่  ห้องน้ำมีอยู่ในตัว  มีอะไรจะถามอีกไหม ”  แจจุงบอกอย่างรวดเร็ว  ตากลมจ้องหน้าคนตัวสูงอย่างเอาเรื่องเป็นนัยน์ว่า  ...อย่าเจือกตอบว่ามีนะเมิงงง....

“ มี ” เห๊อะ...

“ อะไร ”

“ ไม่ทราบว่าหน้าฉันมันเหมือนหน้าแฟนนายมากนักเหรอ  ถึงได้จ้องเอาจ้องเอาแบบนั้นอ่ะ หรือว่า   ชอบฉัน ”  แจจุงอ้าปากค้างอย่างคิดไม่ถึงว่าไอ้สูงตรงหน้าจะถามอะไรตรง ๆ แบบนี้

ไอ้บ้าเอ้ย...หน้าแกจะเหมือนหน้าแฟนฉันได้ไง  ในเมื่อเกิดมาตั้งสิบกว่าปีแล้วหาไม่ได้เลยสักคน  แล้วไอ้ที่จ้องเนี่ย  จ้องเพราะไม่ถูกชะตาเฟ้ย  ไม่ได้จ้องเพราะพิศสวาท...หนอยยย

“ หน้าเหมือนหมีแบบนี้อะนะฉันจะชอบ  เหอะ  ที่ประเทศนายไม่มีกระจกหรือไง ”  แจจุงเท้าสะเอวตอบกลับเสียงดัง

“ มี  แต่ฉันไม่จำเป็นต้องส่อง  เพราะ.....”  ยุนโฮแกล้งลากเสียงยาวทำเอาแจจุงจิ๊ปากเพราะอยากรู้...

เห็นคนสวยทำหน้าอยากรู้ขนาดนั้น  ยุนโฮเลยค่อย ๆ ขยับเดินเข้ามาใกล้ ๆ ร่างบางมากขึ้นแล้วกระซิบบอกเสียงเบาข้างใบหู

“ เพราะคนอย่างฉันมันดูดีตลอดเวลา...หึ ”  พูดจบก็ดันคนตัวเล็กให้ออกไปนอกห้อง

“ ถึงตอนดินเนอร์แล้วค่อยจ้องฉันใหม่แล้วกันนะ  พอดีต้องการพักผ่อนอะ...ฮ่าๆๆๆ ”  หัวเราะเสียงดังอย่างน่าหมันไส้แล้วก็ปิดประตูกระแทกหน้าคนสวยทันที

ปัง !!!

“ ไอ้หลงตัวเอง  คิดว่าหล่อนักหรือไง  แล้วกล้าดียังไงปิดประตูใส่หน้าฉันเนี่ย  แกเป็นเจ้าบ้านเหรอฟระ  ไอ้ปัดโธ่เอ้ยยย...ฮึ่ยย !! ”

เมื่อได้เวลามื้อเย็น  คุณโยรินก็ขึ้นมาตามลูกชายทั้งสองคนให้ลงไปทานข้าว  ยุนโฮชวนคุณแม่คนใหม่คุยไม่หยุด  ไอ้ท่าทางกวนประสาทที่คุยกับแจจุงเมื่อตอนเย็นหายไปหมดสิ้น  กิริยาเหล่านั้นทำเอาแจจุงอยากจะลุกไปตบกะบาลไอ้คนหล่อแต่ชอบตอแหลกับผู้ใหญ่

หมันไส้วร้อยยย !!

หลังมื้อเย็นแจจุงก็ถูกใช้ให้ล้างจาน  ยุนโฮบอกจะช่วยแต่คุณแม่บอกว่าไม่เป็นไรยุนโฮเดินทางมาเหนื่อย ๆ มานั่งคุยกับแม่ดีกว่า  ลูกชายแท้ ๆ อย่างแจจุงก็ได้แต่เดินฮึดฮัดไปล้างจานอย่างไม่สบอารมณ์  ล้างจานเสร็จก็เดินเลี่ยงขึ้นห้องนอนตัวเองทันที  ระหว่างขึ้นบันไดก็แอบได้ยินแว่ว ๆ ถึงบทสนทนาที่แม่กับไอ้เด็กนอกมันคุยกัน  รู้สึกแม่จะถามว่าทำไมยุนโฮถึงมีชื่อเกาหลีแล้วก็พูดเกาหลีได้

ใจจริงแจจุงเองก็อยากจะรู้เหมือนกันนั่นแหละ  เลยกะว่าจะยืนทำเนียนแบบฟังอยู่ตรงบันได  แต่เพราะสายตาคมของยุนโฮที่บังเอิญมองมาเห็นเขาเข้าเสียก่อน  คนสวยก็เลยรีบเดินหนีขึ้นห้องไปเลย...

นี่ไม่ได้เขินสายตามันนะ  ก็แค่กลัวเสียฟอร์มแล้วโดนไอ้เด็กนอกนั่นมันล้อว่าแอบฟังมันคุยกับแม่...เชอะ...

ไม่ได้อยากรู้เลยจริงจริ๊งงงง

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น 

แจจุงรีบตื่นนอนแต่เช้า  วันนี้เปิดเทอมวันแรก เขาจะได้เจอเพื่อน ๆ  หุหุ  แล้วไหนจะได้มองหนุ่ม ๆ นักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนอีกเล่า  แค่คิดก็มีความสุขแล้ว

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ  แจจุงก็รีบวิ่งลงบันไดไปยังห้องครัว  หยิบช็อคโกแลตรูปหัวใจที่ทำไว้เมื่อวันก่อนออกมา  ใบหน้าหวานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถึงแผนการที่ตัวเองคิดไว้เมื่อคืน

“ บ้าหรือเปล่า  ยืนยิ้มกับช็อคโกแลต ”  สมาชิกใหม่เอ่ยถามพลางเหล่มอง  แจจุงรีบเอากล่องช็อคโกแลตซุกไว้ข้างหลังแล้วเถียงกลับ

“ ฉันจะบ้าเพราะคุยกับคนบ้าอย่างนายนั่นแหละ...ชิ ”  พูดจบก็เดินหนีขึ้นห้องไปเตรียมของไปโรงเรียนทันที

“ ฮ่าๆๆๆ ”  ยุนโฮหัวเราะชอบใจกับท่าทางดื้อ ๆ นั่น  มือหนาเปิดตู้ชั้นบนหยิบซีเรียลขึ้นมาเท  ตามด้วยนมสดอีกหนึ่งขวด  ยุนโฮจัดการมื้อเช้าของตัวเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม  เมื่อคืนคุณแม่บอกว่าตอนเช้าที่บ้านจะหาอาหารกินกันเองเพราะแม่ต้องไปทำงานแต่เช้า  ส่วนใหญ่แจจุงจะกินซีเรียลกับนมเป็นอาหารเช้าหรือไม่ก็ไม่กิน  คุณแม่บอกเขาไว้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง  ก็เลยไม่ต้องลำบากไปถามร่างบาง 

แม่บอกเขาว่าเขาต้องไปโรงเรียนพร้อมแจจุง  ใส่ชุดอะไรก็ได้เพราะไฮสคูลที่แจจุงเรียนอยู่ไม่ได้บังคับใส่ชุดฟอร์ม  ว่าแล้วก็อดคิดไปถึงรอยยิ้มเมื่อครู่ของแจจุงไม่ได้  หวังว่ารายนั้นคงไม่ได้เตรียมแผนอะไรไว้แกล้งเขาหรอกนะ  ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขนานนั้นนะ

“ นั่งยิ้มอยู่นั่นแหละ  เห็นซีเรียลกับนมเป็นหน้าฉันเหรอไง ”  ตายยากจริง ๆ คิม แจจุง  กำลังนึกถึงอยู่เลย

“ ถ้าเห็นเป็นหน้านายฉันคงอ้วกออกมาแล้วแหละ ”  ยุนโฮตอบกวน ๆ กลับไป  แจจุงทำหน้ายุ่ง  ฮะฮะ  หน้าตาแบบเนี่ยแหละที่ชอบดู...( = = “ )

“ กวนประสาท  รีบ ๆ กินเข้าไปเลยไป  จะไปไหมโรงเรียนน่ะ ”  แจจุงถามเสียงโหด

“ ค้าบค้าบ...ไปค้าบ ”  แล้วยุนโฮก็รีบจัดการกับอาหารเช้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว  ^^ 

 

 

 

 


“ แจจุง ”

“ อะไร ”

“ แล้วจักรยานผมอ่ะ ”  ยุนโฮถามอย่างสงสัย   คนสวยที่นั่งอยู่บนจักรยานตัวเองอมยิ้มขำขำ

“ ไม่มี ”

“ ง่ะ  ให้ผมซ้อนแจจุงเหรอ ”  ยุนโฮถามซื่อ ๆ

“ เรื่องสิ  ฉันจะขี่นำไป  แล้วนายวิ่งตาม...โอเค๊ ”  แจจุงเอียงคอบอก  มือบางยกขึ้นมาทำท่าโอเค  ถ้าเป็นเวลาอื่นยุนโฮคงคิดว่ามันน่ารัก  แต่เวลานี้....ฮึ่มมม

“ ได้ไง  แจจุงนะขี่ผม.......” แกล้งเว้นวรรคนาน ๆ ให้คนสวยได้อายกับประโยคกำกวมนั่น  “  ผมจะซ้อนเอง...ฮ่าๆๆ ”

“ ไอ้บ้า  เรื่องอะไรฉันต้องขี่จักรยานแบกนายไปเรียนด้วยละ  ตัวก็ใหญ่หน้าก็เหมือนหมี ”  แจจุงโวยวายเสียงดัง

“ งั้นผมขี่แจจุง.....ซ้อน  โอเค๊ ”  แจจุงหน้าแดง 

ที่ประเทศแกเขาไม่สอนเรื่องการเว้นวรรคตอนหรือไงฟระ  >/////<

“ ไม่  อ๊ะยุนโฮ  คอปเตอร์ไม้ไผ่ ”  แจจุงทำตาโตบอกเสียงตื่นเต้น  มือบางยกขึ้นชี้ไปทางด้านหลัง

“ ไหน ”  ยุนโฮรีบมองตาม

“ มีซะที่ไหนละไอ้โง่  ไปก่อนนะ  บ้ายบายยยยยย ”  แจจุงที่ชิ่งขี่จักรยานหนีตั้งแต่ตอนที่ยุนโฮหันไปมองเอ่ยบอกอย่างสะใจ  แต่เพราะว่ามัวแต่หันหน้ามาพูดกับยุนโฮจนไม่ได้สนใจทาง  จักรยานเลยเสยเข้าถังขยะหน้าบ้านอย่างไม่ตั้งใจ  แจจุงเองก็กระเด็นตกจักรยานลงมาอย่างไม่ตั้งใจด้วยเหมือนกัน  - - “

โครม !!!

“ ฮ่าๆๆๆๆ ”  ยุนโฮหัวเราะชอบใจ  ค่อย ๆ เดินก้าวเข้ามาหาแจจุงอย่างใจเย็น

เมื่อกี้ยังหัวเราะเยาะเขาอยู่เลย  เป็นไงล่ะ  ตอนนี้ตัวเองต้องมานั่งคลำบั้นท้ายที่ลงไปกระแทกกับพื้น...ฮ่าๆๆ

“ สมน้ำหน้า  หลอกฉันดีนัก ”  ยุนโฮพูดยิ้ม ๆ  มือหนาค่อย ๆ ประคองจักรยานขึ้นมา  ทิ้งแจจุงให้นั่งเปื้อนฝุ่นอยู่อย่างนั้น

ไม่คิดจะช่วยกุเลยใช่ม้ายยยยย  อ๊ากกก......

“ ฮ่าๆๆๆ  อะ  ลุกขึ้นมาเร็ว ”  ยุนโฮที่ตอนนี้คร่อมจักรยานอยู่ ส่งมือไปทางแจจุงเพื่อเป็นที่ยึด  แจจุงปัดมือยุนโฮออก  ค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้นมา

“ ลงจากจักรยานฉันเลย ”  หน้าบึ้ง

“ ไม่ ”  ทำหน้าตากวนส้นตีน...

“ ไอ้ยุนโฮ ”

“ น่า...ขึ้นมาเถอะ  เดี๋ยวผมขี่ให้เอง  แจจุงเองก็เจ็บสะโพกอยู่ไม่ใช่  นั่งเฉย ๆ ให้ผมขี่นะดีแล้ว ^^ ”  พูดยิ้ม ๆ พร้อมยักคิ้วกวนประสาท
 
สุดท้าย  แจจุงก็ได้แต่นั่งลูบสะโพกตัวเองปอย ๆ ซ้อนท้ายหนุ่มนักเรียนนอกไปโรงเรียนตามระเบียบ  หันมองซ้ายขวาแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อย ๆ กับตัวเอง

หุหุ  สงสัยวันนี้จะเป็นวันดีของแจจุง  ก็แหม  ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน  หนุ่ม ๆ สาว ๆ สองข้างทางก็ส่งยิ้มให้แจจุงกันหมดเลยอ่า....เขินน

“ เธอ  ดูสิ  วันนี้แจจุงซ้อนจักรยานใครมานะ  เขาดูดีจังเลยเนาะ ”  เกิดอาการยิ้มค้างเล็กน้อย  ตกลงไอ้คนพวกนี้มันมองเขาหรือมองไอ้เด็กนอกยุนโฮนั่นกันแน่นะ

“ นั่นสิเธอ  เขาหล่อมากเลยอ่ะ  อ๊ะ  ดูนั่นสิ  เขายิ้มด้วยละเธอ  โอ้...ฉันขอซื้อรอยยิ้มของนายได้ไหม ”  ได้ยินแบบนั้นแล้วแจจุงก็อยากจะดึงทึ้งหัวไอ้คนข้างหน้า 

ไอ้ชอง...แก  บังอาจแย่งซีนฉัน....อ๊ากกกกกกก

 

 

 

 

 

 

“ แจจุง...เอารถจอดไว้ไหนอ่ะ ”  ยุนโฮถามพลางมองบรรยากาศรอบ ๆ ตัวไปด้วย

“ ไว้บนหัวแกมั้ง...ชิ ”

“ หะ...แจจุงว่าอะไรนะ ”  ถามย้ำอีกครั้ง  เมื่อกี้มัวแต่โบกมือให้เด็กผู้หญิงเลยไม่ทันฟัง

“ ก็ไว้ตรงนี้นั่นแหละ  ชิ  ถามมากจริง  เอ้อ....เดี๋ยวฉันจะเดินไปส่งนายที่ห้องพักครูนะ  แล้วฉันจะเข้าห้องเรียนก่อน  เดี๋ยวครูคงพานายไปห้องเรียนเองนั่นแหละ ”  แจจุงอธิบาย  มือบางกระชับกระเป๋าเป๋ของตัวเองพร้อมกับเดินนำหน้าไป  โดยมีคนตัวโตเดินตามต้อย ๆ อยู่ข้างหลัง

“ ฉันจะได้อยู่ห้องเดียวกับแจจุงไหมอ่ะ ”  ยุนโฮเอ่ยถาม

“ ฉันจะรู้ไหมเล่า  เฮอะ ”  แจจุงตอบอย่างไม่ใส่ใจ  ตากลมเอาแต่มองหาใครบางคนที่วันนี้เจ้าตัวตั้งใจทำช็อคโกแลตมาให้  ก่อนริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้มดีใจเมื่อพบคนที่ต้องการ

“ นี่...เห็นห้องนั้นไหม  นายเข้าไปนะ  แล้วเจอกัน  บ้ายบาย ”  ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที 

“ อะไรของเขา ” 

 

 

 

 


“ พี่ท๊อป...พี่ท็อปฮะ รอแจจุงก่อน ”  แจจุงตะโกนเรียกรุ่นพี่ที่ตัวเองปลื้ม  ขาบางรีบวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายเมื่อเห็นว่า  พี่ท็อป  กำลังจะเดินเข้าห้องเรียนไป

“ อ้าวแจจุง  มีอะไรหรือเปล่า  เรียกพี่ซะเสียงดังเลย ” รุ่นพี่เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

“ คือ  แจจุง...แจจุงทำขนมมาให้พี่ท็อปอ่ะ ”  คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นอย่างอาย ๆ

“ เหรอ...ว่าแต่  จะกินได้ไหมเนี่ย ” 

“ พี่ท็อปอ่า...อะนี่  แจจุงให้ ”  พูดพร้อมกับค่อย ๆ หยิบกล่องช็อคโกแลตในกระเป๋าออกมายื่นให้

“ ขอบคุณนะ...อ๊ะ ”

“ เทมโปะ....ห้ามรับน้าาาาาา ”  ยังไม่มันที่พี่ท็อปหรือพี่ซึงฮยอนจะได้รับกล่องช็อคโกแลตจากแจจุง  ก็มีเสียงใส ๆ ของใครบางคนขัดขึ้นมาก่อน  ร่างเล็ก ๆ ถลาเข้ามาขวางระหว่างแจจุงกับท็อป  ทำเอานางเอกของเราแอบสาปแช่งตัวมารในใจไปหลายบท

มาถูกเวลาจริงจริ๊งงงง

“ น้องแจจุงครับ  คือช่วงนี้พี่ท็อปเขาแพ้ของทุกอย่างที่คนอื่นทำให้อะนะ  แบบว่ากินของที่พี่ทำได้คนเดียว  น้องแจจุงเก็บไว้กินเองแล้วกันนะครับ  แล้วก็  พี่สองคนขอตัวก่อน ”  ว่าแล้วก็ควงพี่ท็อปของแจจุงเข้าห้องเรียนไปทันทีรวดเร็วจนคนสวยถึงกับอ้าปากค้าง

หนอยยยย...

พี่ท็อปนะพี่ท็อป...สรุปว่าข่าวลือที่ว่าพี่เป็นแฟนกะพี่จียงเป็นเรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย  แล้วมาทำตัวโสดให้แจจุงปลื้มอยู่ได้ตั้งนานสองนาน

ชิ...รมณ์เสีย

เพราะแกคนเดียวเลยไอ้เด็กนอก ชอง ยุนโฮ ( เกี่ยวไรกะผมอ่ะ - - “ )

 

 

 

 


“ ฮัดเช่ย !!~ ”

“ ยุนโฮซัง...เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ”  คุณครูที่กำลังเดินนำพายุนโฮเข้าห้องเรียนหันมาถามเมื่อลูกศิษย์เกิดอาการไอจาม  สาเหตุหนึ่งของไขหวัดสองพันเก้า  ที่ถามไม่ใช่เพราะอะไร  กลัวมันเอาเชื้อมาแพร่ใส่ ??

“ เปล่าครับ ”  สงสัยมีใครบางคนแอบนินทา

“ ดีแล้วจ๊ะ...งั้นเราเข้าไปกันเลยดีกว่าเนาะ  เพื่อน ๆ คงอยากเจอยุนโฮซังกันแย่แล้ว ”  คุณครูเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม  ก่อนจะเดินนำเข้าประตูห้องไป

“ เอ้าเด็ก ๆ จ๊ะ  เงียบ ๆ กันหน่อย  วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จักนะ  ยุนโฮซัง  เชิญจ๊ะ  ”   สิ้นเสียงคุณครูก็ปรากฏร่างสูงสมส่วนของนักเรียนใหม่เดินฉีกยิ้มเข้ามาในห้อง  เสียงจอแจที่เงียบไปสักพักก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ วาตาชิวะ  ทาดาโยชิ ยูกิ เดส  โดโสะโยโรชิคุ  โอเนะไกชิมัส ”

“ สวัสดีครับ  ผมชื่อ  ทาดาโยชิ  ยูกิ  ยินดีที่ได้รู้จักครับ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ”  เด็กใหม่เอ่ยแนะนำตัวเองพร้อมกับก้มหัวตามประเพณีให้เพื่อนร่วมห้องเล็กน้อย

“ ยูกิคือชื่อภาษาญี่ปุ่นของผมครับ  ที่จริงผมมีชื่อเกาหลีด้วย  ชื่อเกาหลีของผมก็คือ ชอง ยุนโฮ  เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงพูดภาษาเกาหลีได้  คือความจริงแล้ว  พ่อของปู่ผมหรือที่เข้าใจง่าย ๆ ก็คือคุณทวดของผมท่านเป็นคนเกาหลีแต่ว่าท่านแต่งงานกับสาวญี่ปุ่น  ก็เลยไปตั้งรกรากกันใหม่ที่นั่น  ผมก็เลยพลอยได้สัญชาติญี่ปุ่นไปด้วย...แหะๆ

ผมเป็นคนง่าย ๆ นะครับ  คุยได้ทุกเรื่อง  อ่อ  มาอยู่เกาหลีผมก็พักอยู่กับ คิม แจจุง นะครับ  คนสวย ๆ คนนั้นอ่ะครับที่นั่งเอาหนังสือปิดหน้าอยู่หลังห้อง...ฮ่าๆๆๆ

ยังไงผมก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อน ๆ ทุกคนด้วยนะครับ...อาริงาโตะโกะไซมัสชิตะ ”  พูดจบก็โค้งสวยงามให้เพื่อน ๆ ชมอีกรอบ  ใบหน้าคมฉีกยิ้มบานเฉ่ง  กระชับกระเป๋าเป๋ในมือก่อนจะเดินไปหาที่นั่งตามใจชอบ

แล้วจะมีครูที่ปรึกษาไว้ทำเพื่อ ??

 

“ เอ่อ...สวัสดีครับ  ผม ชอง ยุนโฮ ” ยุนโฮเอ่ยแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่

“ อ่าครับ  สวัสดี  ผม ปาร์ค ยูชอน ”  ยูชอนตอบรับเพื่อนใหม่งง ๆ ...ทำไมอยู่ ๆ ไอ้เด็กนอกนี่ถึงได้มาพูดกับเขานะ  แล้วไหนจะยิ้มจนปากจะฉีกนั่นอีก 

หวังอะไรหรือเปล่าวะนั่น !!

“ คือ  ฉันยังไม่ค่อยสนิทกับใคร  แล้วพอดีนายก็นั่งอยู่ข้าง ๆ แจจุงที่ฉันไปอาศัยอยู่ด้วย...แล้วก็.....”

“ จะขอให้ฉันย้ายที่ให้...ใช่ไหม ”  ยูชอนพูดขัดขึ้นอย่างรู้ทัน  ริมฝีปากหยักอมยิ้มก่อนจะลุกขึ้นย้ายที่ให้แต่โดยดี

“ ขอบใจนะ...อิอิ ”  ยูชอนส่ายหน้าเชิงว่าไม่เป็นไร  เขารีบย้ายสัมภาระของตัวเองไปนั่งยังที่ว่างอีกที่ในห้องซึ่งเจ้าของโต๊ะข้าง ๆ นั่นก็คือ คิม จุนซู  คนตัวเล็กสดใสประจำห้องนั่นเอง

และนี่คงเป็นเหตุผล....ว่าทำไมยูชอนถึงยอมย้ายที่ให้ ชอง ยุนโฮ ง่ายขนาดนั้น

“ เฮ้ย ! เดี๋ยวสิ  ยูชอน  นายจะมาย้ายที่ง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ ”  เสียงแจจุงโวยวาย  อะไรกัน  นี่เขาอุตส่าห์เสียเงินเลี้ยงข้าวชางมินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยูชอน  เพื่อจะได้แลกที่นั่งมานั่งใกล้ ๆ หนุ่มหล่อโรแมนติกประจำห้องเชียวนะ

แล้วนี่มันอะไร....อ๊ากกกกก

“ อะไรละแจจุง  ให้ยุนโฮนั่งนี่ก็ดีแล้ว...เขายังไม่คุ้นกับใครนี่นา  แบบนี้โอเคที่สุดแล้ว ”  ยิ้มตาหยีแล้วรีบชิ่งไปนั่งข้าง ๆ จุนซูทันที....

“ โอเคกะผีนะเส่....อ๊ากกก....กลับมาน้า ”

“ เฮ้...แจจุง  หยุดแหกปากได้แล้วน่า  ทำไม  นั่งใกล้ ๆ ฉันกลัวตัวเองอดใจไม่ไหวแล้วมาลวนลามฉันหรือไง ”  ยุนโฮเอ่ยกวนประสาท

“ ไอ้บ้าเอ้ย ”

“ อ๊ะ...อะไรอ่ะ  กล่องขนมเมื่อเช้านี่ ”  ยุนโฮเอ่ยอย่างตื่นเต้น  มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะหยิบกล่องขนมลายน่ารักนั่นขึ้นมาดู

เพี๊ยะ !!

“ ใครใช้ให้แตะห๊ะ ”  เสียงหวานดุขึ้น

“ อะไรเล่า  แค่จะหยิบมาดูเฉย ๆ เองอ่า  แล้วนี่มันคืออะไรอ่ะ  กินได้ไหมอ่ะ  ไม่อยากจะบอกเลยว่าซีเรียลกับนมเมื่อเช้ามันไม่ได้ครึ่งกระเพาะฉันเลย ”  ยุนโฮบ่นอุบอิบ  ก็แหม  คนตัวโต ๆ แบบเขาให้กินแค่นั้นมันจะอิ่มได้ไง

แจจุงแอบยิ้มขำ  มือบางหยิบกล่องนั่นไปวางตรงหน้าร่างสูง  ไหนไหนพี่ท็อปก็ไม่ได้กินมันแล้ว  ให้ไอ้หมีนี่มันกินแทนก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง  อุตส่าห์ทำมาแล้ว  ทิ้งไปก็เสียดายแย่

“ ให้ฉันกินเหรอ ”

“ อื้อ ”

“ อ๊า...รักแจจุงจังเลย...กินละน้า ”  ยุนโฮตอบเสียงร่า  มือหนารีบแกะกล่องออกเผยให้เห็นก้อนช๊อคโกแลตหน้าตาหน้าทาน

“ ว้าววว  อร่อยกว่าที่ญี่ปุ่นอีกอ่ะแจจุ๊งงง ”  แจจุงยิ้มขำกับท่าทางตลก ๆ ของยุนโฮ

นึกว่าทำตัวกวนประสาทเป็นอย่างเดียว  ทำตัวน่ารักกับคนอื่นเขาก็เป็นแฮะ..^^

“ นี่  กินดีดีสิ  เลอะหมดแล้ว ”  แจจุงดุเมื่อยุนโฮเผลอเอามือที่เปื้อนช๊อคโกแลตมาเช็ดหน้า

“ อ่า...เช็ดหน่อย ๆ ”

“ ฉันไม่ใช่คนใช้นายน้า...ไอ้บ้าเอ้ย ”  ถึงปากจะบ่น  แต่พอเห็นสายตาอ้อน ๆ ที่ส่งมาให้  แจจุงก็ได้แต่จิ๊ปากไปตามประสาก่อนจะก้มลงหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาเช็ดปากให้ร่างสูง

ให้ตาย...ตกลงนายอายุเท่าฉันจริงหรือเปล่าเนี่ย... ><  

 

 

 

 


เวลาเลิกเรียน....

สอดส่ายย !!

ทางสะดวก  คิม แจจุง  ....

เลท สะ โก้.....โอ้โอ้โอ้...

ไอ้สามบรรทัดด้านบนนั่น  หาใช่ส่วนหนึ่งของการ์ตูนบ้าพลังเรื่องใดไม่  หากแต่แท้ที่จริงแล้ว  มันคือเสียงในใจของนางเอกสุดสวย  คิม แจจุง  ของชาวเรานั่นเอง

ที่มาของสามบรรทัดก็ไม่มีอะไร  หลังจากเมื่อเช้าที่ไอ้หน้าหมีมันแนะนำตัวเองแล้วก็จัดแจงหาที่นั่งให้ตัวเองเสร็จสรรพแล้วนั้น  เวลาถัดมามันก็เกาะ คิม แจจุง ชนิดว่าแน่นหนึบขนาดกาวตราตีนตุ๊กแก ( มีด้วย ? )  ยังต้องอาย  ไม่ว่าจะเวลาเรียน  เวลากินข้าว  เวลาเข้าห้องน้ำ 

ไม่ว่าจะเวลาไหน ๆ แจจุง ก็ถูกยุนโฮตามประกบตลอดเวลา....

เวลาที่ใช้สอดส่องหาผู้ชายของแจจุงก็เลยลดลงด้วยตามสเตป....เนี่ยแหละประเด็นที่แจจุงเครียดที่สุด...!!

ฉะนั้น  ตอนนี้ก็ได้เวลาเลิกเรียนแล้ว  แจจุงจึงอาศัยความตัวเบาของตัวเองให้เป็นประโยชน์  โดยอาศัยช่วงที่ยุนโฮตอบคำถามเพื่อน ๆ หลังเลิกเรียนย่องออกมาจากห้อง  ตรงดิ่งมายังที่จอดจักรยาน  แล้วก็ปั่นหนีมันซะ...หุหุ

อีกแค่ไม่กี่เมตร  แจจุงคนสวยก็จะรอดจากการเกาะติดของไอ้หน้ามีแล้วโว้ยยยยยย....

อ๊ะ...ทำไมตาขวากระตุก - - “

“ คิม แจจุง ”  เสียงคุ้น ๆ แฮะ   “ จะรีบไปไหนเหรอ  ^^ ”  เมื่อหันกลับมามอง  ก็ปรากฏใบหน้าหล่อเหลาของสมาชิกใหม่ในบ้านยืนยิ้มแฉ่งส่งมาให้ 

อ๋อ...ชอง ยุนโฮ  นี่เอง....เฮ้ยยยยยยย !!!!!

“ ไงจ๊ะคนสวย ” ไม่พูดเปล่า  คนตัวโตจัดการยึดจักรยานไว้ในครอบครอง  พร้อมกับใช้สายตาดุ ๆ ขับไล่เจ้าของตัวจริงให้ลงไปนั่งซ้อนทายแทน

เห็นสายตาเอาจริงของไอ้เด็กญี่ปุ่นนั่น  แจจุงก็ชักหวาด ๆ เลยยอมให้มัน( ? ) แต่โดยดี  สุดท้าย  แผนหนีกลับบ้านของแจจุงก็ล้มไม่เป็นท่า  ต้องจำใจนั่งซ้อนท้ายจักรยานไอ้หมีญี่ปุ่นกลับบ้านไปตามระเบียบ  ก่อนไปไอ้หมีกวนตีนก็มิวายหันมาเอ่ยคำล้อให้ร่างบางได้เจ็บใจเล่น

“ สุดหล่อจะบอกอะไรให้นะสุดสวย  ขี่จักรยานอะ  หนีหมีไม่รอดหรอกนะครับ...ฮ่าๆๆๆๆ ”

 

 

 

 

Ano oozora ni todoku made nando demo boku nayukunda  ~~

“ ฮัลโหลฮะ ”

‘ เอ่อ....น้องแจจุงใช่หรือเปล่าครับ ’  เมื่อได้ยินว่าเป็นเสียงผู้ชาย  คิม แจจุง ที่กำลังนอนอืดคิดแผนแกล้งหมีอยู่บนเตียงก็รีบกระเด้งตัวเองลุกขึ้นนั่งทันที

“ อ่า...ใช่ฮะ  ว่าแต่นั่นใครเหรอ ”  ดัดเสียงแอ๊บแบ๊วนิด ๆ เพื่อความสวย (เกี่ยวไหม)

‘ พี่คิมบอมนะครับ ’

“ อ๋อ  ฮะ  พี่คิมบอม ”  ใครวะ

‘ เอ่อ....น้องแจจุง...แบบว่า  มีแฟนหรือยังครับ ’

“ ยังหรอกฮะ  ฮ่าๆๆๆๆ  ว่าแต่  พี่คิมบอมถามทำไมอ่า ”  ไชโย  มาอิหรอบนี้จีบกุชัวร์ 

‘ ก็ไม่มีอะไรมาก  แค่พรุ่งนี้อยากไปรับน้องแจไปโรงเรียน  จะได้ไหมน้า ’  รุ่นพี่หยอดคำหวาน

“ คือ  ไม่ดีมั้งฮะ...แจจุงเกรงใจแย่ ”  ขืนตอบตกลงฉันคงเป็นนางเอกที่ใจง่ายสุด ๆ

‘ ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก  พี่ออกจะเต็มใจ ’

“ คือว่า.......”

“ แจจุง...กางเกงในชั้นที่ตากไว้มันหายไปไหนอ่ะ  นายแอบเอาไปใส่หรือเปล่า ”  ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้ตอบรุ่นพี่  เสียงหมี ๆ ของไอ้เด็กญี่ปุ่นก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน  แล้วดูประโยคที่มันขัดขึ้นมา....อ๊ากกกก  คิม แจจุง ปรี๊ดจะแตกกก

“ ไอ้บ้า ชอง ยุนโฮ  ใครจะไปใส่ กกน. ไซส์ฟายแบบแกได้  ไปหาใหม่ไป  ไอ้บ้า ”  สาบานด้วยเกียรติของคนสวย  แจจุงมั่นใจว่าเอามือปิดโทรศัพท์ไว้แล้ว  ไม่มีทางที่คำพูดหยาบกระด้างจะหลุดไปให้พี่คิมบอมได้ยิน  หุหุหุ

“ เชอะ  แค่นี้ต้องด่าด้วย ”  ว่าแล้วก็เดินบ่นงุ้งงิ้งออกไป

“ เอ่อ  ขอโทษทีนะฮะพี่คิมบอม  พอดีเพื่อนแจหาของไม่เจอ ”

‘ อ่า  ไม่เป็นไรครับ  งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะ  ดึกแล้ว  ฝันดีนะครับ ’

“ พี่ฮะ เดี๋ยวสิฮะ ”  โธ่  วางสายไปเสียแล้ว  หวังว่าพี่เขาคงไม่ได้ยินที่ไอ้ยุนโฮมันพูดหรอกนะ  ขืนได้ยินแล้วเก็บไปเข้าใจผิดคิดว่าแจจุงนอนห้องเดียวกะผู้ชายก็......อ้ายยยยย.....ไม่เอาน้า

 

 

 

 

“ ว้าวววว  หอมจัง  แจจุงทำอะไรอ่ะ ” 

“ เขาเรียกว่า คิมบับ  ก็คล้าย ๆ กะชูชิบ้านนายแหละมั้ง ”  แจจุงบอกแต่ก็ยังขมักเขม่นกับการทำคิมบับอยู่เหมือนเดิม

“ แล้ว...อร่อยป่ะ  ทำให้ผมเหรอ ”  ยุนโฮเอ่ยถามยิ้ม  มือหนาเตรียมยื่นออกไปหยิบมากิน

“ หยุดเลยไอ้อ้วน  ฉันทำให้รุ่นพี่คิมบอมต่างหาก  ของนายอะโน้นนนน....ซีเรียลกับนมในตู้เย็นโน่นนนนนนน ”  ถลึงตาใส่เป็นการดุพร้อมกับนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังตู้เย็น  ยุนโฮเบ้หน้าเล็กน้อย  บ่นงุ้งงิ้งฟังไม่รู้เรื่อง ( เพราะมันบ่นเป็นภาษาญี่ปุ่น )  แต่ก็ยอมปล่อยมือจาก คิมบับ แล้วเดินไปหยิบซีเรียลกับนมมากินแต่โดยดี

เก้าอี้ตรงข้ามแจจุงถูกยกออกก่อนคนตัวโตจะนั่งลงทานอาหารเช้าตัวเองไปอย่างเงียบ ๆ ตาตี่แอบเหลือบมองแจจุงที่อมยิ้มทำคิมบับอย่างมีความสุขแล้วก็ได้แต่มองชามอาหารเช้าตัวเองพลางถอนหายใจ

ที่กับเขาละด่าเอาด่าเอา....ที่กับคนอื่นนะตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้...เหอะ

ถึงจะเป็นหมีญี่ปุ่นแบบที่นายเรียกแต่ฉันก็น้อยใจเป็นนะ...เชอะ

 

 


“ ยุนโฮเสร็จหรือยัง  เร็ว ๆ สิ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายพอดี ”  แจจุงตะโกนเรียกยุนโฮที่วิ่งกลับขึ้นไปเอาของบนห้องนอน

“ เสร็จแล้ว ๆ แหม....เร่งจังนะ  นัดใครไว้เหรอไง ”

“ เกี่ยวไรกะนายด้วย....รีบ ๆ ปั่นจักรยานไปเส่ ”  พูดพร้อมกับดันหลังให้ยุนโฮเดินไปเอาจักรยาน  เมื่อคนตัวโตขึ้นไปนั่งพร้อมปั่นแล้ว  แจจุงก็จัดการพาตัวเองกระโดดขึ้นซ้อนท้ายบ้างพร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นกอดเอวหมีตัวโตไว้กันหล่น  แล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปโรงเรียนอย่างเป็นสุข

ขณะเดียวกัน  ฝั่งตรงข้ามกับบ้านแจจุง  รุ่นพี่คิมบอมที่แอบจะมาทำเซอร์ไพรส  มารับแจจุงไปโรงเรียนก็ได้แต่ช็อคกับภาพตรงหน้า

น้องแจจุงอยู่บ้านเดียวกับผู้ชายอื่น.....

น้องแจจุงซ้อนท้ายจักรยานผู้ชายอื่น....

น้องแจจุงโอบเอวผู้ชายอื่น.....

น้องแจจุงยิ้มอย่างมีความสุข.....

ไหนบอกยังไม่มีแฟนไงน้องแจจุง  แล้วไอ้คนตัวโตข้าง ๆ นั่น  ลุงข้างบ้านหรือไงน้องแจ  โธ่!!  คราวหลังมีแฟนแล้วก็บอกกันตรง ๆ ก็ได้  ไม่เห็นต้องให้ความหวังกันเลย.....

แห้วแดกสิกุงานนี้...เฮ้อออ!!

ช่างเหอะ  หาใหม่ก็ได้  ไม่แคร์ เฮอะ !!~

 

 

 

 

“ ยุนโฮ  นายไปกินข้าวกับพวกจุนซูนะ  เดี๋ยวฉันมา ”  เมื่อออดพักกลางวันดังขึ้น  แจจุงก็รีบหยิบกล่องข้าวเตรียมเอาไปให้รุ่นพี่คิมบอมทันที

“ อ้าว  แล้วแจจุงจะไปไหนอ่ะ  ให้ผมซื้อข้าวไว้ให้ไหม ”  ยุนโฮถามอย่างเป็นห่วง

“ อ่า...ไม่ต้อง ๆ ไปนะ....เดี๋ยวมา ”  พูดจบก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

“ ว่าไงยุนโฮ  จะไปกินข้าวกับพวกเราไหม ”  ยูชอนกับจุนซูเอ่ยชวน

“ อ่า  ไม่เป็นไร  นายสองคนไปเถอะ  ฉันอยากกินขนมปังมากกว่าอ่ะ  แล้วเดี๋ยวก็ว่าจะซื้อไว้เผื่อแจจุงด้วย ”  เห็นเมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรมา  มัวแต่ทำคิมบับอะไรนั่นอยู่นั่นแหละ

“ อ๋ออื้ม....งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ ”

“ อื้ม ”

 

 

 

 

 


“  มัวแต่ทำอะไรอยู่น้าแจจุง  อีกครึ่งชั่วโมงจะเข้าเรียนแล้วนะ  ทำไมยังไม่กลับมาที่ห้องสักทีเนี่ย  หรือว่าจะไปโรงอาหารแล้วหว่า  อ๊า  เอาไงดีเอาไงดี ”  ยุนโฮเดินบ่นไปบ่นมาอยู่หน้าห้อง  หลังจากที่หมดคาบ  เขาก็รีบวิ่งไปซื้อขนมปังที่โรงอาหารทันที  ไม่ลืมซื้อมาเผื่อแจจุงด้วย  แต่จนป่านนี้แล้วแจจุงก็ยังไม่มาเสียที

“ รออีกสิบนาทีแล้วกัน  ถ้าไม่มาฉันจะกินคนเดียวให้หมดเนี่ยแหละ ”

แต่จนแล้วจนรอด...แจจุงก็ยังไม่มา

เฮ้ออ !!

นับหนึ่งถึงสิบนะ  ไม่งั้นไม่รอแล้วว  งอน !!

สิบ...ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเรียน

เก้า...เริ่มเทสารพัดขนมในถุงออกมาวางบนโต๊ะ

แปด...เรียงให้เป็นระเบียบ

เจ็ด...ลุกขึ้นเดินไปดูหน้าห้องอีกรอบ

หก...คิ้วเรียวเริ่มขมวดเป็นปม

ห้า...เดินกลับมานั่งรอที่โต๊ะอีกครั้ง

สี่...เปิดขวดน้ำรอ

สาม...วิ่งไปมองหน้าห้องอีกครั้ง

สอง...เดินกลับมานั่งหงอยที่เก้าอี้  มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย

หนึ่ง...ใบหน้าคมหันไปมองที่ประตูห้องอย่างตกใจ

ปัง !!!!!

“ แง๊ๆๆๆๆๆ....ไอ้หมีญี่ปุ่น ชอง ยุนโฮ....โฮๆๆๆๆๆๆๆ ”  จู่ ๆ แจจุงก็ถีบประตูดังปัง  ร้องไห้งอแง  เดินเอามือปิดหน้ามาหาเขา

“ เฮ้ ! แจจุง  ร้องไห้ทำไมอ่ะ  ใครทำอะไรแจจุง  บอกผมมาเร็ว  จะไปต่อยให้คว่ำเดี๋ยวนี้เลย ”  ยุนโฮพูดอย่างร้อนรน

“ แง๊  ยุนโฮ  ไอ้รุ่นพี่คิมบอมมันหลอกฉันอ่า  เมื่อ...ฮึก...เมื่อวาน  มันโทรมาจีบฉัน  วันนี้...อึก...ฉะฉันก็เลยรีบตื่นแต่เช้ามาทำคิมบับให้พี่เขา...ฮื่อ...แต่พอฉันเอาไปให้  ฉันก็เห็นพี่เขาจูบอยู่กับคนอื่นอ่า....แง๊ๆๆๆๆ  ทำไมต้องหลอกกันด้วยอ่า ”  แจจุงเล่าไปก็ร้องไห้สะอึกสะอื้อไป  ยุนโฮแอบหันไปเบ้หน้า

เฮอะ..นี่ฉันควรจะสมน้ำหน้าหรือเห็นใจนายดีเนี่ยแจจุง...

“ โอ๋ๆๆๆ....แจจุง  ช่างหัวไอ้คิมบับนั่นมันไปเส่  จะไปสนใจทำไม  แจจุงบอกเองนี่ว่าแจจุงสวย  เดี๋ยวแจจุงก็มีคนอื่นที่ดีกว่ามาจีบเองนั่นแหละ ” 

“ ฮึก...ก็....ก็มันเจ็บใจนี่  มาหลอกกันได้ ” 

“ งั้นผมไปอัดมันให้เอาม่ะ ”

“ อย่าเว่อร์น่า  ว่าแต่  ทำอะไรอยู่เนี่ย ”  มือบางยกขึ้นมาเช็ดน้ำตา  พร้อมกับสังเกตสารพัดขนมของยุนโฮที่กองอยู่บนโต๊ะไปด้วย

“ อ๋อ  ฉันซื้อมาเองแหละ  ซื้อมาเผื่อแจจุงด้วยนะ  เห็นว่าเมื่อเช้ายังไม่ได้กินอะไรมาเลยนี่นา ”  ยุนโฮบอกพลางเดินไปยกเก้าอี้มาให้แจจุงนั่ง

“ นายซื้อมาเผื่อฉันเหรอ ”  แจจุงมองสารพัดขนมอย่างซึ้งใจ  ตาหมีนี่เป็นห่วงเราด้วยเหรอเนี่ย  รู้ด้วยว่าเมื่อเช้าเราไม่ได้กินอะไร

“ ก็อื้ม  รีบกินกันดีกว่า  อีกไม่กี่นาทีก็เข้าคาบบ่ายแล้ว ”  ยุนโฮพูดขึ้น  มือหนาเอื้อมไปแกะขนมพลางชี้ชวนให้แจจุงหยิบกิน

“ อะ..อื้ม  อ๊ะ...เดี๋ยวนะ  ถ้ายุนโฮไม่คิดมาก  เอ่อ...จะกินคิมบับอันนี้ก็ได้นะ ”  แจจุงพูดพลางแกะห่อคิมบับที่ทำไว้เมื่อเช้าออก  ตอนแรกตั้งใจจะให้รุ่นพี่คิมบอม  แต่ดันเกิดเรื่องซะก่อนเลยยังไม่ได้เอาให้พี่เขา  แล้วเอามาให้ยุนโฮแบบนี้  มันจะน่าเกลียดไหมนะ

“ แหม  พอเหลือก็ให้ฉันใช่ไหมล่ะ ”  ยุนโฮพูดเสียงน้อยใจ

“ มะ...ไม่ใช่นะ  เอ่อ  ขอโทษแล้วกัน ”  แจจุงพูดเสียงเบา  มือบางพับห่อผ้าเก็บดังเดิม

“ เดี๋ยวเส่  แหม  ล้อเล่นหน่อยเดียวเอง  ถึงแจจุงจะไม่ได้ตั้งใจทำให้ผมกินแต่แรก  แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ  เพราะถ้าเป็นฝีมือแจจุง  ต่อให้เป็นของเหลือหรือของที่ไม่มีใครต้องการ  แต่ผมก็ต้องการเสมอ ” 

“........”

“ อ่า....อร่อยชะมัด  วันหลังทำให้ผมกินอีกน้า ”  ยุนโฮพูดไปก็ยิ้มไป  คิมบับเต็มปากเฮียแกก็ไม่สน

“ ฮะฮะ....อื้ม ”  สัญญานะ  ครั้งต่อไปฉันจะตั้งใจทำให้นายคนเดียวเลย

“ นายนี่  กินเลอะอีกแล้วนะ ”  แล้วผ้าเช็ดหน้าผืนบางของแจจุง  ก็ได้กลายสภาพมาเป็นผ้าเช็ดปากให้ยุนโฮอีกครั้ง

ที่จริง  นายก็นิสัยน่ารักดีนะยุนโฮ  ^^

ฉันคงต้องมองนายใหม่ซะแล้ว.....

 

 

 


เวลาผ่านไปพร้อม ๆ กับความสัมพันธ์ของยุนโฮและแจจุงก็พัฒนาขึ้นด้วย  จากแต่ก่อนที่ชอบทิ้งขว้างยุนโฮ  แจจุงก็หันมาใส่ใจยุนโฮมากขึ้น  ตอนเช้าก็ตื่นมาทำกับข้าวให้กิน  ตอนกลางวันก็ไปกินข้าวพร้อมกัน  ตอนเย็นก็ไม่ปั่นจักรยานหนียุนโฮแล้ว  อาทิตย์ไหนว่าง ๆ ก็พายุนโฮไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่เผื่อเปิดหูเปิดตา

ฝ่ายยุนโฮจากตอนแรกที่ชอบกวนประสาท (บางครั้ง)  เดี๋ยวนี้ก็หันมาออเซาะแจจุงแทน  ชอบทำตัวขี้อ้อน  ถามนู้นถามนี้ไปซะทุกเรื่อง  ตอนเย็นว่าง ๆ ก็สอนแจจุงพูดภาษาญี่ปุ่นบ้าง 

นับว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูดีกว่าวันแรกที่เจอกันมากเลยทีเดียว

 

“ นี่ยุนโฮ  วันนี้ว่าง  ไปเที่ยวกันป่าว ”  แจจุงที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น

“ อืมมม  ก็ได้นะ  แต่ว่าเราจะไปไหนกันดีอ่ะ ”  หลายเดือนที่ผ่านมาแจจุงก็พาเขาไปตะลอน ๆ ซะทั่วแล้ว

“ อ่า  นั่นสิ  เราจะไปไหนกันดี  อื้ม...ไปทะเลกันไหม ” 

“ เราพึ่งไปกันมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองนะ  ผมยังไม่ขาวขึ้นเลยเนี่ย ”  ยุนโฮบ่น  เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขากับแจจุงไปเที่ยวทะเลกัน  เล่นน้ำทะเลกันตั้งแต่เที่ยงยันเย็น  ดำเป็นปื้นกันเลยทีเดียว

เป็นคนญี่ปุ่นแต่เสือกดำ  อายเขาฉิบหาย   -*-

“ อ่าเหรอ  เอ้อ  แล้วอยู่ญี่ปุ่นยุนโฮเล่นน้ำทะเลบ่อยไหมอ่ะ ”  แจจุงเปลี่ยนท่าจากนอนแผ่มานอนท้าวค้างจ้องหน้ายุนโฮที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่แทน

“ ก็ไม่บ่อยนะ  ส่วนใหญ่ผมจะไปออนเซนอ่ะ  ไม่ค่อยไปเล่นน้ำทะเลหรอก  มันหนาว ”  ยุนโฮหันมาคุยกับแจจุงเต็มตัว

สรุปว่าโทรทัศน์เป็นหม้ายไป  เหอะๆๆ

“ เหรอ  แล้ว...แบบเขินอ่ะ  แบบว่า  เวลาออนเซนนี่ต้องโป๊ป่ะ ”  แจจุงถามหน้าแดงเมื่อหัวสมองตัวเองดันจินตนาการถึงเรื่องทะลึ่งไปซะแล้ว

“ ฮ่าๆๆ  ก็โป๊สิ  ถอดหมดนั่นแหละ ”  ยุนโฮหัวเราะ

“ อ๊า...งี้ยุนโฮก็โป๊  คนอื่นก็เห็นยุนโฮโป๊อะดิ่ ”

“ ผมก็เห็นคนอื่นโป๊เหมือนกันแหละ ”

“ ตายๆๆๆๆ  นี่ถ้าแจจุงไปเที่ยวญี่ปุ่น  ยุนโฮห้ามพาแจจุงไปออนเซนนะ  แจจุงอาย ”  คนตัวเล็กบอกพร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง

“ จะพาไปที่แรกเลย...ผมอยากเห็นแจจุงโป๊จะแย่...ฮ่าๆๆๆๆ ”

“ ไอ้บ้า  ไอ้หมีญี่ปุ่น  กลับญี่ปุ่นไปเลย ”

“ โอ๋...แจจุงอ่า ”  แล้ววันทั้งวันก็หมดไปกับการง้อของยุนโฮ

ผู้หญิงเกาหลี (?) นี่ง้อยากชะมัดเลยครับทุกคน  ยุนโฮละเซ็ง....- - “

 

 

 


“ นี่....อีกสองเดือนยุนโฮก็กลับญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมอ่า ”  แจจุงเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เขาสองคนอาบน้ำกินข้าวกันเสร็จแล้ว

เตรียมนอนว่างั้น....

“ อ่าใช่ ”  ยุนโฮตอบแต่ก็ยังง่วนอยู่กับการต่อปลั๊กเครื่องเล่นดีวีดี

อารมณ์ว่าอยากดูคอนดงบังอินเจแปนก่อนนอน...

“ เร็วเหมือนกันเนาะ  เหมือนเมื่อวานแจจุงพึ่งไปรับยุนโฮที่สนามบินเองอ่ะ ”  คนตัวเล็กทำแก้มป่อง

“ อ่า ”  ยังคงวุ่นวายกับสารพัดสายอยู่

“ นี่  ไม่สนใจกันเลยนะ....ไอ้อ้วน ”

“ จ๋าจ๋า  ก็ยุนโฮกำลังต่อไอ้เครื่องบ้านี่อยู่อ่า ”  ก็ว่าเสียบสายถูกแล้วนะ  แต่ทำไมไฟไม่เข้า

“ ไอ้โง่  ก็มันพังแล้ว  ต่อให้ตายก็ไม่ติดหรอก ”  แจจุงว่าหน้างอ

“ เอ้า  แล้วก็ไม่บอก  สรุปดูไม่ได้ใช่ไหมเนี่ย ”  ยุนโฮลุกขึ้นยืนพลางโยนแผ่นคอนดงบังที่รักลงบนที่นอน  ไม่กล้าโยนลงพื้นเดี๋ยวกล่องแตก..( หุหุ )

“ เยสสสสสส ”

“ ว้า  งั้น  มานอนคุยกันดีกว่าเนาะ ”  หันมายิ้มตาหยี้  ( เปลี่ยนอารมณ์ไว้จริงๆ  นะ )

“ นี่  ชื่อภาษาญี่ปุ่นของยุนโฮชื่อว่าอะไรนะ ”  แจจุงนอนตีขาไปมา  ริมมฝีปากบางเอ่ยถามคนตัวโตที่กำลังเก็บเครื่องเล่นดีวีดีที่พังแล้วให้เข้าที่

“ ยูกิครับ  ยูกิ ”

“ ชื่อเหมือนพระเอกในการ์ตูนเรื่องกามเทพน้อยมิรูโมะเลยเนาะ...ฮ่าๆๆๆ  ว่าแต่มันแปลว่าอะไรอ่ะ ”

“ อืม  แม่ผมบอกว่า  ยูกิ แปลว่า หิมะ ”

“ หิมะเหรอ ”  หิมะก็ต้องเยือกเย็นแบบเจ้าชายหิมะ  แต่ยุนโฮเนี่ยนะ  ไม่ไหวมั้ง  คิกๆๆ

“ เพราะว่าแม่คลอดผมในวันหิมะแรก  แม่ก็เลยตั้งชื่อให้ผมว่า ยูกิ ”  ยุนโฮหันมาอธิบาย

“ อ่าเหรอ..... นี่ยุนโฮ  ยุนโฮตั้งชื่อภาษาญี่ปุ่นให้แจจุงบ้างสิ ”

“ อื้ม...แจจุงเหรอ  ชื่อ โคะโดะโมะ  ดีไหม  โคะโดะโมะจัง...ฮ่า ๆๆ ”  พูดจบก็ระเปิดเสียงหัวเราะออกมาชุดใหญ่

“ อะไรอ่า  ทำไมต้องโคะโดะโมะด้วยอ่ะ  ชื่อเหมือนแป้งเด็กเลยอ่ะยุนโฮ๊ ”

“ ฮ่า ๆๆ...ก็แล้วแจจุงไม่เหมือนเด็กเหรอ  ง๊องแง๊ง  งุ้งงิ้งได้ทั้งวัน  ชื่อโคะโดะโมะอ่ะดีแล้ว ”

“ ไม่เอา ๆ ...ตั้งชื่อใหม่ให้แจจุงเลยนะ ”  คนตัวเล็กเอ่ยเสียงงอน ๆ ปากกลมยู่ขึ้น

“ ฮ่าๆๆ...โอเค ๆ อืม....แจจุงแจจุง  อัยโกะ  ชื่อ  อัยโกะ ( Aiko ) นะแจจุง  ยุนโฮให้แจจุงชื่อว่าอัยโกะ ”  ยุนโฮอมยิ้ม

“ อัยโกะเหรอ  แล้วแปลว่าอะไรอ่ะยุนโฮ  นี่  ทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วยอ่ะ ”  จะแกล้งอะไรฉันอีกหรือเปล่าเนี่ยไอ้หมีญี่ปุ่น

“ ก็ยิ้มเพราะอยากยิ้มไง  อัยโกะ ก็แปลประมาณว่า  เจ้าหญิงแห่งแสงอาทิตย์อะไรงี้ ”  ยุนโฮพูดพร้อมใช้ความคิด

“ แล้วทำไมต้องแสงอาทิตย์อ่า ”

“ ก็...ไม่รู้สิ  แต่เวลาผมเห็นแจจุงแล้วรู้สึกสดชื่น  รู้สึกมีความสุข  เหมือนตอนที่เพิ่งตื่นนอนใหม่ ๆ แล้วก็เห็นแสงแดดยามเช้าอะไรแบบนั้น ”  ยุนโฮพูดพร้อมรอยยิ้ม  สายตาอบอุ่นที่ทอดมองไปยังแจจุงพาให้คนตัวเล็กรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า 

เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ >/////<

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปสักพัก  แจจุงก็เริ่มงัดคำถามมาถามยุนโฮใหม่  ก็ดีกว่านั่งนิ่ง ๆ ให้ยุนโฮจ้องเอาจ้องเอาละนะ

“ นี่ยุนโฮ  แจจุงว่าจะถามตั้งนานแล้วอ่ะ  ว่าฉันรักเธอภาษาญี่ปุ่นเขาพูดกันว่าอะไร ”  คนช่างถามทำตาโตเอียงคอมองรอคำตอบ  เจ้าของภาษาอมยิ้มนิด ๆ ก่อนจะย้ายร่างตัวเองขึ้นมานอนแผ่บนที่นอน

เมื่อเห็นยุนโฮนอนท่าสบายแบบนั้น  แจจุงจัดแจงพลิกตัวเองให้นอนคว่ำแล้วเอาคางแหลม ๆ วางแหมะลงบนพุงยุ้ย ๆ ของยุนโฮซะเลย  ยุนโฮคลี่รอยยิ้มเอ็นดูก่อนจะตอบออกไป

“ ฉันรักเธอ  ภาษาญี่ปุ่นเขาพูดว่า  ไอชิเตรุ  ซึ่งคำนี้เนี่ยคนญี่ปุ่นจะพูดครั้งเดียวหรืออาจจะไม่พูดเลยก็ได้ เพราะว่าความหมายมันช่างลึกซึ้งซะเกิ๊นนนน ”  ยุนโฮพูดเสียงโอเว่อร์  แจจุงมองตาแป๋วพยักหน้าหงึกหงักกับพุ่งนิ่ม ๆ นั่นแหละ  ยุนโฮหัวเราะ

“ แจจุงอ่า  อย่ายุกยิกสิ  ผมจักจี้พุงนะ ”  ยุนโฮดิ้นไปมา  เพราะไม่ทันได้ตั้งตัว  ศีรษะสวย ๆ ของแจจุงจึงตกจากพุงยุนโฮซะงั้น

“ อะไรเล่า  แค่นอนเฉย ๆ เอง ”  ว่าแล้วก็คลานดึ๊บ ๆ  เอาคางแหลม ๆ เปลี่ยนไปวางแหมะกับหน้าอกแทน

“ เล่าต่อสิยุนโฮ  แล้วคนญี่ปุ่นเขาพูดอะไรแทนถ้าไม่พูดคำว่า โออิชิเตรุ ”

“ โออิชิเตรุอะไรเล่า  ไออิชิเตรุต่างหาก  แจจุงมั่ว ”

“ อ่า...เถอะน่า  เล่าต่อสิเล่าต่อ ” 

“ ก็....คนสวนใหญ่เขาไม่พูดว่า  ไออิชิเตรุใช่ป่ะ  เขาจะใช้คำอื่นแทน  ก็แบบคำว่า  อัย ( Ai ) คำว่า ซุคิ ( suki ) แปลเป็นภาษาเกาหลีก็ประมาณว่า  รักนะ จุ๊ฟ ๆ ละมั้ง...ฮ่าๆๆๆๆ

แล้วถ้าแบบใช้คำว่า ไออิชิเตรุไรงี้นะ  มันก็แบบ  ตอแหลป่าววว  อะไรจะรักมากมายอะไรขนาดนี้  ประมาณเนี้ยแหละ  ฮ่าๆๆๆ ”  ยุนโฮบอกพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่นจนอกกระเพื่อมส่งผลให้ศีรษะของคนตัวเล็กพลอยสั่นคลอนไปด้วยเหมือนกัน

“ อ่า  ยุนโฮอ่า  อย่าขำซี่ หัวแจจุงสั่นน้า ”

“ แต่สำหรับผมนะ ถ้าผมเจอคนที่ผมรักจริง ๆ เมื่อไร  รู้สึกว่าคนคนนี้แหละที่ผมอยากจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต  เมื่อถึงวันนั้นผมก็จะบอกกับเขาว่า  ไออิชิเตรุ ”

“ ยุนโฮจริงจังกะคนอื่นเขาเป็นด้วยเหรอเนี่ย ”

“ ฮ่าๆๆ...นี่  แล้วถ้าเป็นภาษาเกาหลีเขาก็พูดว่าซารังเฮใช่ไหม ”  ยุนโฮถามพร้อมรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า

“ อ่า...ก็ใช่แหละ ” แจจุงพยักหน้าหงึกหงัก

“ แล้วแบบนี้แจจุงเคยบอก ซารางเฮ ใครไหมน้า ”  ยุนโฮถามพลางจับให้แจจุงนอนบนหมอนดีดีส่วนตัวเองก็พลิกตัวนอนคว่ำหน้ามองแจจุงแทน

คนตัวเล็กขยับตัวนอนตะแคง  ฉีกยิ้มตาหยีตอบคำถาม  คำตอบที่เอายุนโฮแอบหุบยิ้ม...

“ เคยสิ  เยอะแยะเลย ”

“...........”

“ คุณพ่อ  คุณแม่  คุณตา  คุณยาย  คุณไปรษณีย์  คุณตำรวจ  ไหนจะคุณนก  คุณกระรอก...โอ๊ยยยยย  เยอะแยะไปหมด ” พูดพลางวาดมือเป็นวงกลมวงใหญ่  สนับสนุนคำพูดของตัวเองว่าเยอะมากจริง ๆ

“ บ้าน่า  บอกรักคุณบุรุษไปรษณีย์  คุณตำรวจ  คุณนก  แล้วก็คุณกระรอกด้วยเนี่ยนะ ”

“ ฮะฮะ ”

“ คิม แจจุง  คนหลายใจ ”  ยุนโฮแกล้งว่า

“ แจจุงป่าวซะหน่อย ”  เชิดหน้าแกล้งงอน

“ คิม แจจุง  คนเจ้าชู้ ”

“ ยุนโฮบ้า  แจจุงป่าวเจ้าชู้น้า ”  คนเขาออกจะรักเดียวใจเดียว

“ ไม่อยู่ด้วยแล้ว...กลับห้องดีกว่า ”  ว่าแล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องคนตัวเล็กไป  ทิ้งไว้แต่เจ้าของห้องคนสวยที่นั่งฮึดฮัดอยู่บนที่นอน

“ ถึงแจจุงจะเคยสนใจผู้ชายหลาย ๆ คนพร้อมกัน  แต่ตอนนี้แจจุงสนใจยุนโฮคนเดียวนะ  ไอ้เด็กญี่ปุ่น  ไอ้ชอง ยุนโฮ คนบ้า....ชิ ”

 

 

 

 

 


“ อ่า  หิมะตกเหรอเนี่ย ”  ยุนโฮบ่น  มือหนาเอื้อมออกไปรับละอองสีขาวนุ่มที่กำลังตกลงมาจากฟากฟ้า

“ ชอง ยุนโฮ๊....จะยืนเป็นพระเอกมิวสิคแบบนั้นอีกนานไหมเนี่ย  หิมะตกแล้วนะ  เข้ามาในบ้านเดี๋ยวนี้ ”  แจจุงโผล่หัวออกมาโวยวาย 

ก็นะ  คนสวย ๆ กระหม่อมบาง จะให้เดินอาด ๆ ออกมาด่าปาว ๆ ได้ไงล่ะ  โผล่หัวออกมาอ่านจากหน้าต่างแหละดีที่สุด...หุหุหุ

“ อะไรเนี่ย  แค่นี้ก็บ่น ”  ยุนโฮบ่นแต่ก็ยอมเดินเข้าบ้านแต่โดยดี

“ ไงยุนโฮซัง  โดนแจจุงบ่นอีกแล้วเหรอ ”  คุณแม่คนสวยที่นาน ๆ ทีจะมีบทกับเขาบ้างเอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ อย่างเอ็นดู

“ ครับ ”

“ อะไรเล่า  แจจุงป่าวซะหน่อย ”  คนสวยทำหน้าบูด  เท้าเล็กเดินกระแทกปึงปังเข้าห้องครัวไปเตรียมจัดโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

อยู่ด้วยกันสองคนที่ไร  ชอบเข้าขาว่าเขากันอยู่เรื่อย...ชิ

 

 


“ นี่ยุนโฮซัง  กินเยอะ ๆ นะลูก  วันนี้แจจุงเขาอุตส่าห์ลงทุนเข้าครัวเองเลยน้า ”

“ เหรอครับ  ผมนี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้มาอยู่บ้านนี้  ได้อยู่กับแม่ที่ใจดี  แล้วก็ได้อยู่กับแจจุงที่ทำอาหารอร๊อยอร่อย ”  ยุนโฮเอ่ยคำหวาน

“ เห็นแก่กิน  ไอ้อ้วน ”  คิม แจจุงแอบกัด

“ อ้วนอะไร  เดี๋ยวนี้หุ่นออกจะดี ” 

“ ชิ ใครว่าล่ะ.........”

“ พอน่าแจจุง  มา  กินข้าวกันดีกว่าลูก ”  ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้จิกยุนโฮต่อไป  คุณแม่ก็ห้ามทัพขัดขึ้นมาซะก่อน  ขืนปล่อยให้เถียงกันอยู่แบบนี้  ข้าวเย็นคงไม่ต้องกินกันพอดี

“ งั้น  ทานแล้วนะคร้าบบ / ทานแล้วนะครับ ”

“ ขอบคุณแจจุงที่ทำอาหารมื้อนี้ให้ทาน  ^^ ”

 

 

 

 

ฮัดเช่ย !!~

“ สมน้ำหน้า  เมื่อวานใครใช้ให้ไปยื่นตากหิมะกันห๊ะ  แล้วไหนยังจะสระผมอีก  เป็นหวัดก็สมควรแล้ว ”  แจจุงบ่นแต่มือบางก็ยังคงใช้ผ้าขนหนูสีขาวซับน้ำจากเส้นผมให้ยุนโฮต่อไป

“ ก็แหม  อยากรู้ว่าหิมะที่เกาหลีกับหิมะที่ญี่ปุ่นจะสวยเหมือนกันไหม ”  ยุนโฮพูดเสียงอู้อี้

“ แล้วสวยเหมือนกันไหมล่ะ ”

“ ไม่เหมือน ”   ยุนโฮพูดพลางเอื้อมมือไปจับมือบางของแจจุงเอาไว้

“ เพราะที่ญี่ปุ่นไม่มีแจจุง ”  พูดด้วยสายตาหวานเชื่อม

อ่า...นายกำลังทำให้ฉันเขินนะไอ้หมีญี่ปุ่น....งื้อออออ > <

ฮัดเช่ย !!~

กำลังจะซึ้ง  แกจะมาจามอะไรเนี่ย  ....ชิ

“ ไปใส่เสื้อซะ  เดี๋ยวจะไปเอายามาให้นะ ”  พูดจบก็โยนผ้าขนหนูโปะไว้ที่หัวก่อนจะรีบเดินหนีสายตาหวาน ๆ ขอยุนโฮออกไปทันที

เสื้อก็ยังไม่ใส่  แล้วยังจะมาทำตาหวานใส่อีก  เดี๋ยว คิม แจจุง คนนี้ก็จับกดซะเลยดีไหมเนี่ย  ไอ้คนญี่ปุ่น...กี๊สๆๆๆ...

 

 

 


“ ยุนโฮ  ตื่นมากินข้าวกินยาก่อนเร็ว ”  แจจุงยกชามข้าวต้มขึ้นมาให้ยุนโฮ  แต่ก็พบว่าหมีป่วยบางตัวนอนหลับไปซะแล้ว

“ ยุนโฮ ”  ยังไม่ตื่น

“ ยูกิคุง  ตื่นมากินยาหน่อยน้า ”  คิม แจจุง  เรียกเสียงหวาน  ส่งผลให้คนป่วยที่แกล้งหลับต้องแอบอมยิ้มออกมา

“ อะ...ยิ้มอะไร ”  แจจุงถามเมื่ออยู่ ๆ คนป่วยก็ลุกขึ้นมานั่งยิ้มตาหยี

“ ผมชอบให้แจจุงเรียกผมว่า  ยูกิคุงจังเลย ”

“ อ่า...อะไรเล่า  กินข้าวซะ  จะได้กินยา  อยากหายไหมเนี่ย ”  แจจุงบ่นกลบเกลื่อนใบหน้าที่เริ่มแดงเรื่อ  มือบางยื่นชามข้าวต้มส่งให้คนป่วยที่นั่งเอนหลังอยู่บนเตียง

“ รู้ไหม  คนป่วยอ่ะน่าสงสาร  กินอะไรก็ไม่อร่อย ”  ยุนโฮบ่นงุ้งงิ้ง

“ อย่าเรื่องมากได้ป่ะ  กินกินเข้าไปเถอะน่า ”

“ แต่มันจะอร่อยขึ้นมาทันทีเลย  ถ้า.......มีคนป้อนเป็นแจจุงอ่ะนะ ”  ยุนโฮอ้อน  ได้ยินประโยคหวาน ๆ แบบนั้นเข้าไปแจจุงก็ถึงกับไปไม่เป็น  ได้แต่นั่งหน้าแดง

“ งั้นก็อ้าปากสิ  ฉันจะได้ป้อนให้ ”  คนตัวเล็กพูดเสียงเบา  ใบหน้าหวานก้มงุดแทบชิดอก  มือบางตักข้าวให้พอดีคำเป่าลมหายใจผ่านไปแผ่วเบาเพื่อบรรเทาความร้อน  ก่อนจะส่งให้คนป่วยขี้อ้อนได้ทานเมื่อมั่นใจแล้วว่าข้าวต้มในช้อนจะไม่ร้อนจนเกินไป

“ อร่อยไหม ” 

“ สุดสุด ”  คนป่วยยิ้มตอบทั้งปากทั้งตา

ก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้ว่าคนป่วยนอกจากจะขี้อ้อนแล้วยังปากหวานอีกต่างหาก...

ยิ่งคนป่วยเป็น ยุนโฮ แล้วด้วย...

อ๊ายยยย....แจจุงกำลังจะสำลักความเขินตาย....อ่อก!!

 

 

 

 

สนามบินนานาชาติอินชอน ~

“ ยุนโฮ  ของครบแล้วใช่ไหมลูก  ไม่ลืมอะไรแน่นะ ”  คุณแม่ของแจจุงเอ่ยถามพร้อมกับช่วยเช็คของให้ยุนโฮไปด้วย

“ ครับ  ครบแล้ว ”  ถ้าจะลืมก็คงจะเป็นหัวใจที่ฝากไว้กับใครบางคนที่เกาหลีเสียมากกว่า  แต่ก็ดูท่าว่าเจ้าตัวคงจะไม่รับรู้อะไรหรอกมั้ง....

“ นี่...แล้วอย่าลืมกลับมาเยี่ยมแม่กับแจจุงบ้างนะ ”

“ ครับ ”  ยืนคุยกับคุณแม่ไปยุนโฮก็แอบลอบมองเสี้ยวหน้าของคนตัวเล็กไปด้วย  อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะขึ้นเครื่องกลับญี่ปุ่นแล้วนะ  ไม่คิดจะพูดอะไรกับเขาบ้างเลยหรือไง

~ ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เครื่อง XXX ประจำสายการบิน YYY กำลังจะทำการเทคออฟ หากท่านมีความประสงค์จะหิ้วสัมภาระขนาดใหญ่โตมโหรทึก และหนักตึ้กเยี่ยงตึก 20 ชั้นขึ้นไปด้วย...เมื่อท่านเดินถึงที่นั่งประจำที่แล้ว กรุณาเก็บสัมภาระของท่านเองด้วยคะ ~

“ เขาประกาศเรียกแล้วลูกยุนโฮ  ป่ะไปกัน  ไปแจจุงเดี๋ยวยุนโฮต้องไปตรวจเอกสารอะไรอีกเดี๋ยวจะไม่ทัน ”

“ รู้แล้วน่า ”  ไปไม่ทันก็ดี  ยุนโฮจะได้อยู่เกาหลีกับแจจุงต่อ

“ เอกสารครบนะยุนโฮ ”  คุณแม่คนสวยเอ่ยถามเมื่อเด็กในปกครองเดินกลับมาจากการตรวจเอกสาร

“ ครับ ”  ชายหนุ่มตอบ  ตาเรียวเหลือบมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น  ไม่ยอมพูดไม่ยอมจา

“ งั้นแม่ส่งยุนโฮตรงนี้เลยแล้วกันนะ  เดินทางโดยสวัสดิภาพนะลูก  แล้วก็อย่าลืมคิดถึงแม่บ้างล่ะ ”  คุณแม่พูดพร้อมรอยยิ้มมือบางยกขึ้นลูบผมยุนโฮอย่างเอ็นดู  ตามด้วยการดึงยุนโฮเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวาไปซะหลายฟอด

“ แจจุงจะคุยอะไรกับยุนโฮก็คุยซะนะลูก  แม่จะออกไปรอที่รถ  อยู่ในนี้นาน ๆ แล้วแม่เวียนหัว ” แอบส่งยิ้มรู้กันกับยุนโฮเล็กน้อย  ก่อนจะเดินหลบฉากไปอย่างรู้หน้าที่

“ แจจุง ”

“ อะไร ”  เสียงหวานขานรับแต่เจ้าตัวกลับไม่หันมามองหน้าคนเรียก  เอาแต่มองนู่นมองนี่ไปทั่วสนามบิน

“ มองหน้ากับแป๊บนึงได้ไหม  ผมจะกลับญี่ปุ่นอยู่อีกไม่กี่นาทีนี้แล้วนะ ”  ยุนโฮเอ่ยเสียงน้อยใจ

“.....”  แจจุงค่อย ๆ ช้อนสายตาขึ้นมอง  ทันทีที่เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ร่วมบ้านกันมาแรมปี  ความรู้สึกลึก ๆ ที่ถูกปิดบังไว้ก็ค่อย ๆ ทะลักออกมา  คนตัวเล็กโผเข้าสู่อ้อมกอดของคนตัวใหญ่ที่อ้าออกรับอย่างรู้หน้าที่  ใบหน้าหวานที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาซุกเข้าหาไออุ่นจากอ้อมกอดแข็งแรงเป็นครั้งสุดท้าย

“ ฮึก...แจจุง...ฮึก  แจจุงไม่อยากให้ยุนโฮ  ฮื่อ...กะ...กลับญี่ปุ่นเลย ”  คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ อย่าร้องไห้สิแจจุง  เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก ”  ยุนโฮเอ่ยปลอบ  มือหนายกขึ้นลูบผมคนตัวเล็กเบา ๆ

“ เมื่อ...ฮึก...เมื่อไรล่ะ  เมื่อไรแจจุงจะได้เจอยุนโฮอีก ” 

นั่นสินะ....เมื่อไรกันล่ะ

~ ท่านผู้โดยสาร  ที่จะโดยสารไปกับเที่ยวบิน  xxx  ของสารการบิน  yyy  โซล – โตเกียว  กรุณาขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลข  4  ค่ะ ~

“ ต้องไปแล้วนะ ”  ยุนโฮกระซิบแผ่วเบา

“ ห้ามลืมนะ....ห้ามลืมแจจุงนะยุนโฮ ”

~ ท่านผู้โดยสาร  ที่จะโดยสารไปกับเที่ยวบิน  xxx  ของสารการบิน  yyy  โซล – โตเกียว  กรุณาขึ้นเครื่องที่ประตูหมายเลข  4  ด่วนนนนนนนนนนนนนนนนนค่ะ ~

สิ้นเสียงประกาศ ( ที่ขัดจังหวะพระนางกุตลอด )  สรรพสิ่งรอบตัวก็เหมือนกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง  เสียงต่าง ๆ  ราวกับถูกดูดให้หายไป  มีเพียงสิ่งเดียวที่แจจุงรู้สึกได้  นั่นก็คือ  สัมผัสนุ่มหยุ่น  เบาบาง  ที่เกิดขึ้นตรงริมฝีปากของตัวเอง

ไม่มีการลุกล้ำ

ไร้ซึ่งการดูดดึงลมหายใจ

“ ไม่ลืม  ให้ตายก็จะไม่ลืมแจจุง ”  ยุนโฮพูดชิดริมฝีปาก  มือหนาล้วงซองบางอย่างในกระเป๋ากางเกงก่อนจะยัดใส่มือคนตัวเล็กเอาไว้

“ ถึงบ้านแล้วค่อยเปิดอ่านนะ ”

“ เดี๋ยวยุนโฮกลับมานะแจจุง ”  พูดจบก็คว้าคนตัวเล็กไปกอดไว้อีกครั้ง  ทิ้งสัมผัสแสนหวานให้จดจำครั้งสุดท้ายที่หน้าผากก่อนจะผละตัวเดินจากไปแล้วไม่หันกลับมาอีกเลย

แจจุงเคยบอกกับยุนโฮไว้ว่า  ถ้าวันไหนที่ยุนโฮต้องกลับญี่ปุ่น  แจจุงไม่อยากให้ยุนโฮพูดคำว่าลาก่อน  มันน่าใจหายเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกเลย  เมื่อถึงคราวที่ต้องไปจริง ๆ ยุนโฮจึงเลือกพูดคำคำนี้แทน

“ ฮึก  กลับมาเร็ว ๆ นะยุนโฮ ”

 

 

 

 

 


“ แจจุ๊งงงงงงง  ไปกินข้าวกันเหอะ ”  เสียงแสบแก้วหูของปลาโลมาประจำห้องดังขึ้น

“ จุนซูไปกับยูชอนเถอะ แจจุงไม่หิว ”  ไม่หิว  ไม่หิวอีกแล้ว  หลังจากวันที่ยุนโฮกลับไป  แจจุงก็ไม่เป็นอันจะทำอะไร  นี่ก็เดือนนึงเข้าไปแล้ว  แจจุงก็เอาแต่นั่งเหม่อ  ไม่ร่าเริง  ไม่สดใส  นั่งมองอยู่ได้กับแค่กระดาษใบเดียว

ใครถามแจจุงก็ว่าไม่ได้เป็นอะไร  แต่ใครเล่าจะรู้ใจตนเท่าตัวของตัวเอง

คิม แจจุง  คิดถึง ชอง ยุนโฮ

หนึ่งปีที่เคยคิดว่ามากเกินพอ  แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะน้อยเกินไป

เฮ้อออ !!~

คิดถึงยุนโฮอีกแล้วสิ.....

“ ยูชอน  แจจุงเป็นแบบนี้มาเดือนนึงแล้วน้า  เราจะช่วยเพื่อนยังไงดีล่ะ ”  จุนซูหันไปถามความเห็นคนรัก  หลังจากที่แลกที่กับยุนโฮในวันนั้น  ยูชอนก็มีโอกาสใกล้ชิดกับจุนซูมากขึ้น  จนได้รู้ใจตัวเอง

“ เฮ้อออ  นี่แจจุง  ขอยืมดูไอ้กระดาษใบนั้นบ้างได้ไหม ”  ยูชอนถาม  เขาเองก็อยากรู้ว่าไอ้กระดาษใบนั้นมันมีดีอะไร  แจจุงถึงได้ทนุถนอมมันเป็นพิเศษ

“ ดูไปนายก็ไม่เข้าใจหรอก  ฉันดูมาเป็นเดือนแล้วยังไม่เข้าใจเลย ”  แจจุงตอบ  แต่ก็ยื่นกระดาษใบนั้นไปให้ยูชอนดู

กระดาษสีครีมที่ถูกบรรจุอยู่ในซองสีแดง  ใช่  มันคือสิ่งสุดท้ายที่ยุนโฮให้เขาก่อนจะกลับประเทศไป  ยุนโฮบอกให้แจจุงอ่านตอนกลับถึงบ้าน  แต่ยุนโฮเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น

แจจุงอ่านไม่ออก  - - “

( นี่ใช่ไหมประเด็นที่ทำให้คนสวยนั่งเศร้า )


愛子

愛しています


“ หึหึ  ร้ายไม่เบานะไอ้เด็กญี่ปุ่น ”  หลังจากที่เอาไปดูสักพัก  ยูชอนก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เรียกสีหน้าสงสัยจากแจจุงและจุนซูได้เป็นอย่างดี

“ อะไรนะยูชอน  นายพูดเหมือนนายอ่านออกเลยอ่ะ ”  จุนซูเอ่ยถาม

“ นี่แจจุง  ถามหน่อยนะ  ยุนโฮเคยเรียกชื่อแจจุงเป็นภาษาญี่ปุ่นไหม ”  เมื่อคนสวยพยักหน้า  ชายปาร์คก็จัดการถามต่อทันที  “ เรียกว่า  อัยโกะ ใช่ไหม ”

“ นายรู้ได้ไง ”  แจจุงถามเสียงประหลาดใจ

“ ก็เดาเอา ”

“ นายอ่านมันออกใช่ไหมยูชอน  อ่านให้ฉันฟังได้ไหม ”  แจจุงขอร้อง

“ ไม่ได้หรอก  ของแบบนี้  แจจุงต้องพยายามหาวีธีอ่านให้ออกเอง ”  ยูชอนยิ้มมุมปาก  “ เดี๋ยวนี้ห้องสมุดเราก็พัฒนาขึ้นตั้งเยอะนี่นาแจจุง  พจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นสักเล่มก็คงจะมีแหละน่า ”  พูดจบแจจุงก็รีบวิ่งออกไปทันที

“ ฮ่าๆๆๆๆ ”

“ ยูชอนหัวเราะอะไรอ่า ”

“ ก็หัวเราะแจจุงไง  เป็นฉันนะ  หาความหมายของคำที่ยุนโฮเขียนให้ได้ตั้งแต่วันแรกที่หมอนั่นกลับแล้ว  แต่ดูแจจุงสิ  ตั้งเดือนนึงเข้าไปแล้วยังหาไม่ได้เลย ”  ยูชอนว่า

“ ตัวเองหาว่าแจจุงโง่เหรอไง ”

“ ไม่ใช่อย่างนั้น  แต่ฉันก็พึ่งรู้นะเนี่ย  ว่าความรักนอกจากจะทำให้ตาบอดแล้ว  ยังทำให้คนโง่ได้อีกด้วย...ฮ่าๆๆๆ ”  ( สรุปหลอกด่าว่ากุโง่อยู่ดี / นุ้งแจ )

“ ไหนไหนก็ไหนไหนล่ะ  ยูชอนบอกจุนซูมั่งสิ  ว่ายุนโฮเขียนอะไรให้แจจุง ”

“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก  แค่คำว่า  ผมรักคุณ ”

 

 

 

 

 

โตเกียว.....

“ ยูกิคุง  จะไปไหนเหรอจ๊ะ ” 

“ อ๋อ  ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะครับคุณยาย ”  ชายหนุ่มเอ่ยตอบคุณยายข้างบ้าน

“ จ้า...โชคดีนะ ”  ยุนโฮพยักหน้ารับ

“ เฮ้ออ  ป่านนี้แจจุงจะเป็นยังไงบ้างน้า  อ่านออกหรือเปล่าก็ไม่รู้สิ ”  ยุนโฮบ่นยิ้ม ๆ

“ ยุนโฮเดี๋ยว ”  ใครเรียก  เสียงเหมือนแจจุงเลย  เรานี่ท่าจะเพ้อถึงแจจุงมากไปแล้วนะ

“ ยุนโฮลูก....มีโทรศัพท์จากเกาหลีแหนะ ”  นั่นไง  เสียงแม่ต่างหาก  ใช่เสียงแจจุงที่ไหน  แต่เมื่อกี้ว่าไงนะ  โทรศัพท์จากเกาหลี  ...แจจุง....

“ ใครเหรอครับ ”  ยุนโฮรีบติดสปีดวิ่งเข้าบ้านแทบไม่ทัน

“ ไม่รู้  เสียงผู้หญิง  แม่ไม่ได้ถาม ”

“ อ่าวเหรอ ”

“ ยอบอเซโย ”  เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนเกาหลี  ยุนโฮจึงเลือกรับโทรศัพท์เป็นภาษาเกาหลี

“ ยุนโฮคุงใช่ไหมลูก  นี่แม่แจจุงนะ ”  แม่แจจุง  “ คือว่าแจจุงนั่งเครื่องบินไปญี่ปุ่น  ยุนโฮคุงไปรอรับแจจุงทีได้ไหม ”

“ แจจุงมาญี่ปุ่นเหรอครับ  แล้ว...คือ....”

“ อย่างนี้นะยุนโฮ  แม่ก็ไม่รู้ทำไมแจจุงถึงไป  จู่ ๆ ก็วิ่งน้ำตานองหน้ามาหาแม่  แล้วก็ให้แม่โทรไปถามที่บริษัทที่แม่เคยสมัครเป็นโฮสใหญ่เลยว่าที่อยู่ของยุนโฮที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ไหน  แต่ก็นะ  แม่มั่นใจว่าแจจุงไปไม่ถูกหรอก  ภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่เป็น  ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยได้เรื่อง  แม่เลยแอบโทรมาบอกยุนโฮไว้ก่อน  ว่าให้ช่วยไปรับแจจุงที่สนามบินที  แม่กะว่าอีกประมาณชั่วโมงเครื่องก็น่าจะลงนะลูก ”

“ อ๋อครับ  แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ  เดี๋ยวผมไปรับแจจุงเอง  แล้วถ้าเจอแจจุงเมื่อไรผมจะโทรไปบอก ”

“ จ้า  ขอบใจนะยุนโฮ ”

“ ขอบคุณแม่มากกว่าครับที่โทรมาบอก ”  วางสายไปด้วยรอยยิ้มบานเฉ่ง

เราจะได้เจอกันแล้วนะ  แจจุง....

 

 

 

 

 


สนามบินนาริตะ.... 

“ ที่นี่มันส่วนไหนของญี่ปุ่นเนี่ย ”  แจจุงบ่น  ยืนมองขวาทีซ้ายทีอย่างทำอะไรไม่ถูก

“ ภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่เป็น  รู้งี้ลาก ปาร์ค ยูชอน กับ คิม จุนซู มาด้วยก็ดี ”  พูดถึงไอ้ปาร์ค  อ่านภาษาญี่ปุ่นออกก็ไม่บอกแต่แรก ให้เรานั่งเศร้าทำซึ้งเป็นนางเอกเอ็มวีอยู่ได้ตั้งเป็นเดือน...ชิ

“ แล้วฉันจะเอาไงต่อไปดีเนี่ย  อุตส่าห์จะมาเซอร์ไพรสยุนโฮ  เซอร์ไพรสเลยไหมเนี่ย  โง่จริง ๆ คิม แจจุง ”  แจจุงบ่นตัวเอง  คนตัวเล็กเดินลากกระเป๋าไปนั่งพักที่เก้าอี้ 

ตึ่ง ตึง ตึ๊งงงง....

~ ท่านผู้โดยสาร  คิม แจจุง  ที่โดยสารมากับเที่ยวบิน  xxx  ของสารการบิน  yyy คนรักของท่านมารอรับอยู่ที่ประตูทางออกหมายเลย  1 ค่ะ ~

“ อ๊ะ...เมื่อกี้ได้ยินอะไรจุงจุงนะ ”  แจจุงขมวดคิ้ว  ว่าแต่ว่าเขามีประกาศแบบนี้กันด้วยเหรอเนี่ย

~ ท่านผู้โดยสาร  คิม แจจุง  ที่โดยสารมากับเที่ยวบิน  xxx  ของสารการบิน  yyy คนรักของท่านมารอรับอยู่ที่ประตูทางออกหมายเลย  1 กรุณาไปพบคนรักของท่านด่วนนนนนค่ะ ~

“ ตายโหง....ชื่อกุนี่หว่า  ใครแกล้งอะไรคนสวยอีกแล้วเนี่ย  แล้วไอ้ประตูทางออกหมายเลข 1 มันอยู่ตรงไหนละวะ ”  แจจุงบ่นเบา ๆ ขาเรียวเดินลากกระเป๋าไปยังสถานทีที่ประชาสัมพันธ์ประกาศเมื่อครู่

รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลตงิด ๆ

 

 


ประตูทางออกหมายเลย  1.....

ทันทีที่ขาเล็ก ๆ เดินมาถึง  แจจุงก็จัดการปล่อยกระเป๋าในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี  เมื่อภาพเบื้องหน้าปรากฏแผ่นหลังของใครบางคนที่เขาจำได้ดี

“ ยุนโฮ ”  พูดพร้อมกับวิ่งเข้าไปหา  คนตัวเล็กกระโดดกอดคนตรงหน้าเต็มรัก

“ ไงครับ คิม แจจุง  ผมอุตส่าห์ประกาศเรียก  กว่าจะมาได้นะ  หลงทางอยู่หรือไงฮึ ”  ยุนโฮเอ่ยหยอก

“ ฮึก...ยุนโฮ  คิดถึง....คิดถึงยุนโฮมากมากเลย ”

“ ครับ  คิดถึงแจจุงเหมือนกันนะ ”

“ ที่ยุนโฮให้มา  แจจุงอ่านออกแล้วนะ ”  แจจุงช้อนสายตาหวานขึ้นมอง

“ ตั้งเดือนนึงเนี่ยนะ  พึ่งอ่านออกเหรอครับ  ที่ห้องสมุดไม่มีพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นเหรอ ”

“ อะไรเล่า  ก็ตอนนั้นแจจุงมัวแต่คิดถึงยุนโฮนี่  มันไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรหรอก ”  แจจุงบอกงอน ๆ

ฟอดดด!!~

“ พูดจาน่ารักชะมัด  ไม่ใช่แค่แจจุงคนเดียวหรอกนะที่คิดถึงยุนโฮจนไม่เป็นอันทำอะไร  ยุนโฮก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ”  ยุนโฮพูดเสียงอบอุ่น  ตาคมจ้องมองใบหน้าของคนตัวเล็กอย่างแสนคิดถึง

ใบหน้าคมค่อย ๆ โน้มเข้าใกล้ใบหน้าหวานมากขึ้น  มากขึ้น  จนตอนนี้ริมฝีปากของทั้งสองแตะกันแผ่วเบา 

“ 愛しています

ยุนโฮรักแจจุงนะ ”

“ แจจุงก็รักยุนโฮเหมือนกัน 


愛しています  ”

 

 

 


END


อ๊า ~~~  กู่ร้อง  ในที่สุดอิซานี่ก็แต่งฟิคเรื่องนี้จบ...โฮะๆๆๆ  หลังจากตอนแรกที่คิดว่าจะแต่งก่อนเปิดเทอม  แต่นี่มันเปิดเทอมจนจะสอบมิดเทอมอยู่แล้ว..ฮ่าๆๆ

แต่ก็นะ  ยังไงก็แต่งเสร็จล่ะน่า  คิกๆๆ

ตอบคำถามยุนสุที่เคยถามว่า  ไม่แต่งฟิคแล้วเหรอ (ตัวจำได้ป่าว)  ....แต่งนะ  แต่แบบนานมากไง  ฮ่าๆๆ
ตอบคำถามฮีโร่ทราย  ที่ว่าเมื่อไรฉันจะได้อ่าน  .....เสร็จแล้วนะ  ถึงจะนานไปหน่อยก็เหอะ...เอิ๊กส์ๆๆ  ( ได้ข่าวพี่ฮีโร่ทรายรอมาตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมใช่ไหม....งื้อออ)   ( ใครเค้ารอแก๊  / ป้าทราย)

และสุดท้าย  ในที่สุดลูกซานี่ก็แต่งฟิคให้ม๊าทินสำเร็จละนะ  ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้าเลยแล้วกันเนาะ...อิอิ

ขอให้ม๊าทินมีความสุขมาก ๆ นะคะ  คิดสิ่งใดสมดั่งใจปรารถนา  สุขภาพแข็งแรง
แล้วก็อย่าลืมเก็บตังค์ไปคอนเผื่อลูกซานี้ด้วย....โฮะๆๆๆ ~~~


สุดท้ายจริง ๆ ก็ต้องขอบคุณการเข้าใจผิดของคิมบอมสินะ  ที่เป็นเหตุให้แจจุงเข้าใจผิดอีกที  เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ยุนโฮกับแจจุงเริ่มรู้สึกดีดีต่อกัน...คิกคิกคิก


หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ  ไม่ได้แต่งฟิคนาน  มาแต่งอีกทีรู้สึกใช้ภาษาแปลก ๆ พล็อตค่อนข้างมั่ว..ฮ่าๆๆๆ  พิมพ์ผิดบ้างถูกบ้างก็ขอโทษเน้อ

แล้วก็ชื่อแจจุงที่เป็นภาษาญี่ปุ่นอ่ะค่ะ  ซานี่ใช้ว่า  Aiko  เปิดดิกมันแปลว่า  child of morning sun  แต่ตอนที่ยุนโฮเขาเอาไปแปลเนี่ยก็ออกแล้วแปลเพี้ยน ๆ หน่อยเพื่อความเว่อร์นะคะ...^^  ไม่มั่นใจว่าถูกหรือเปล่า....อิซานี่เปิดเอาในพจนานุกรม  เดาบ้างอะไรบ้าง...เอิ๊กส์ๆๆ

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ

^^